การสัมผัสจากผู้ใหญ่ด้วยความรักนั้น ในบางครั้งอาจนำเชื้อโรคมาสู่เด็กๆได้ โดยเฉพาะช่วงแรกเกิดถึงสองเดือน เนื่องจากภูมิคุ้มกันยังทำงานไม่เต็มที่ประกอบกับความบอบบางของชั้นผิวหนังเด็กเล็ก ทำให้ได้รับเชื้อได้จากผู้ใหญ่โดยตรงผ่านการสัมผัสได้ง่าย รวมถึงเชื้อปนเปื้อนจากสิ่งของที่ใช้ร่วมกันได้ง่ายค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 5 โรคร้ายที่สามารถติดต่อได้จากการสัมผัส และแสดงอาการผ่านทางผิวหนังค่ะ
1.ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus)
ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจซึ่งอาจทำให้เป็นปอดอักเสบ โดยเฉพาะในเด็กเล็กหรือเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคปอด โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะอาจทำให้เกิดอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ เชื้อไวรัสสามารถติดต่อผ่านสารคัดหลั่งต่างๆในร่างกาย เช่น น้ำมูก น้ำลาย ละอองจากการไอ จาม โดยเฉพาะการติดต่อจากการสัมผัสค่ะ รวมทั้งไม่มียาสำหรับรักษาโดยเฉพาะดังนั้นวิธีการรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนเท้านั้นและไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้
2.โรค 4 เอส (SSSS : Staphylococcal Scalded Skin Syndrome)
โรค 4 เอส หรือ ssss เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียทางผิวหนังผ่านการสัมผัส มักพบในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โรคนี้ก่อให้เกิดการอักเสบและแยกชั้นของผิวหนังบริเวณหนังกำพร้า ในเด็กที่ติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อาการจะแสดงออกอย่างรวดเร็ว ได้แก่ มีไข้ ร้องไห้งอแง เนื่องจากรุ้สึกไม่สบายตัว จากนั้นผื่นแดงเริ่มขึ้นกระจายไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณตา รอบปาก รอบคอ เยื่อบุจมูก และมีอาการเจ็บเมื่อสัมผัสบริเวณผื่นแดง หลังจากผื่นแดงนี้ขึ้นประมาณ 1 – 2 วัน ผิวที่แดงจะค่อยๆเป็นรอยเหี่ยวย่นหรือพองเป็นตุ่มน้ำโดยเฉพาะบริเวณข้อพับต่างๆ และผิวหนังจะค่อยๆหลุดลอกเป็นแผ่นเป็นขุยคล้ายผิวถูกน้ำร้อนลวกหรือไฟไหม้ ซึ่งต้องได้รับการรักษาและคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่นนั้น เพื่อป้องกันการติดเชื้อบริเวณแผลที่เกิดขึ้นค่ะ
3.เริม (Herpes)
โรคเริม เป็นกลุ่มโรคในเด็กเล็กที่มีความรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้เลยค่ะ โรคเริมในเด็กแรกเกิดมักเกิดจากการติดเชื้อในช่วงระหว่างการคลอดทางช่องคลอด ถ้าขณะคลอดมารดาติดเชื้อนี้ที่อวัยวะเพศ ส่วนโรคเริมในเด็กเล็กมักเกิดจากการสัมผัสกับแผลผู้ป่วย น้ำลายหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เมื่อสัมผัสใกล้ชิด การใช้สิ่งของเครื่องใช้ การทานอาหารด้วยภาชนะร่วมกัน การจูบ เป็นต้น อาการของโรคเริมมีได้หลายแบบโดยในระยะแรกของการติดเชื้อเด็กจะมีอาการซึม มีไข้ ไม่กินนม มีตุ่มน้ำใสที่ผิวหนังหรือแผลในปาก ฯลฯ และในรายที่มีการติดเชื้อแบบแพร่กระจาย ซึ่งเด็กจะมีความไวต่อการกระตุ้น หายใจลำบาก การชักได้ค่ะ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาท หรือมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ค่ะ นอกจากนี้โรคเริมยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคโยเฉพาะค่ะ
4.ไวรัสโรต้า (ROTAVIRUS)
โรคท้องร่วงจากไวรัสโรต้า (ROTAVIRUS) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อทางเดินอาหารหรือโรคอุจจาระร่วง พบบ่อยมากในเด็ก แพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็วเนื่องจากเชื้อชนิดนี้ทนต่อสภาพแวดล้อมภายนอกร่างกายคนได้นาน และเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานอาหารหรือการดื่มน้ำ หรือสิ่งของที่นำเข้าปากมีการปนเปื้อนเชื้อ ในทารกและมักมีอาการรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ โดยเด็กที่ได้รับเชื้อไวรัสนี้มักมีอาการดังนี้ มีไข้สูง อาเจียนบ่อย ท้องเสียรุนแรงนานกว่า 24 ชั่วโมงในบางรายอาจมีเลือดปน เซื่องซึม ภาวะขาดน้ำ(ปัสสาวะลดลงหรือไม่มีปัสสาวะ ปากแห้ง ตาโบ๋ มือเท้าเย็น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา อ่อนเพลีย) ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาเพื่อกำจัดเชื้อไวรัสชนิดนี้โดยเฉพาะ โดยส่วนใหญ่อาการจะค่อยๆดีขึ้นและหายเป้นปกติได้เองค่ะ แต่สิ่งที่คุณแม่ควรระวังคือภาวะขาดน้ำซึ่งอาจทำให้เด็กช็อกหมดสติหรือเสียชีวิตจากภาวะขาดน้ำได้ค่ะ
5.โรคมือเท้าปาก (hand foot mouth disease)
โรคมือ เท้า ปาก พบบ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส สามารถติดต่อได้โดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลายและน้ำจากตุ่มใส การไอจามรดกันค่ะ โรคนี้ทำให้มีตุ่มหรือแผลอักเสบมีหนองที่ผิวหนังบริเวณมือ ฝ่ามือ เท้า ฝ่าเท้า และภายในปาก และสร้างความเจ็บปวดในกับเด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้ ในบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง จนนำไปถึงการเสียชีวิตได้ค่ะ วิธีการรักษาสำหรับโรคมือเท้าปากไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดในทันที โดยแพทย์จะรักษาตามอาการทั่วๆไปเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน และโรคมือเท้าปากปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันค่ะ
วิธีการป้องกันเด็กเล็กจากโรคติดต่อ คุณพ่อคุณแม่สามารถปฏิบัติเพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อโรคต่าางๆ รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายของโรคได้ดังนี้
- ล้างมือให้สะอาดก่อนการสัมผัสตัวเด็กทุกครั้ง
- เด็กทารกไม่ควรให้คนอื่นๆอุ้มโดยไม่จำเป็น
- ไม่เข้าใกล้เด็กเล็กหากรู้ว่าตัวเองป่วย
- ไม่ควรพาเด็กเล็กไปในที่แออัดโดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโรค
- ระวังเด็กเล็กนำสิ่งของเข้าปาก
- การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานแก่ลูกน้อย
- ควรเข้ารับวัคซีนตามแต่ละช่วงวัย