Tag: PM2.5

  • PM 2.5 ผลกระทบต่อหญิงตั้งครรภ์

    PM 2.5 ผลกระทบต่อหญิงตั้งครรภ์

    ปัจจุบันหลายๆจังหวัดในประเทศไทยประสบกับปัญหาฝุ่นละอองมลพิษทางอากาศอย่างหนัก และยังไม่มีแนวทางการแก้ไขอย่างชัดเจน ซึ่งปัญหามลภาวะทางอากาศนี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและสุขภาพได้อย่างร้ายแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว รวมไปถึงหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์

    ฝุ่นควันและมลพิษที่ปนเปื้อนมาในอากาศโดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของท่อไอเสียรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม การเผาในที่โล่งแจ้ง กิจกรรมจากแหล่งที่อยู่อาศัยและธุรกิจการค้า ฯลฯ ซึ่งฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ไมครอน มีความอันตรายกว่าฝุ่นควันปกติ เนื่องจากขนาดที่เล็กมากสามารถเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ง่าย และสามารถทะลุผนังถุงลมของปอดเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลต่อกระบวนการทำงานของอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย เซลล์เกิดความเสียหายโดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกในครรภ์ ซึ่งองค์กรอนามัยโลก(WHO) กำหนดให้ PM 2.5 จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง แลกำหนดคุณภาพของอากาศความเข้มข้นเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของ PM2.5 ไม่ควรเกิน 25 µg/m3 , PM 10 ไม่เกิน 50 µg/m3

    ฝุ่น PM2.5 ผลกระทบต่อหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์

    เนื่องจากฝุ่นมีขนาดเล็กมากสามารถเข้าสู่ปอดและกระแสเลือดได้ง่าย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทำให้เกิดอาการไอ จาม แสบจมูก หายใจติดขัด แน่นหน้าอก ซึ่งอาจนำไปสู่โรคหลอดลมอักเสบ ระคายเคืองหลอดลม และส่งผลกระทบต่อสุขภาพเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังในระยะยาวได้ค่ะ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์มีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำออกซิเจนไปเลี้ยงทารกในครรภ์ได้อย่างเพียงพอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ ดังนี้

    – น้ำหนักทารกต่ำกว่าเกณฑ์(น้ำหนักน้อยกว่า 2500 กรัม)หรือตัวเล็ก 

    – หญิงตั้งครรภ์ความเสี่ยงของภาวะครรภ์เป็นพิษ และคลอดก่อนกำหนด การสัมผัสกับมลพิษทางอากาศขณะตั้งครรภ์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด 1.09 เท่า 

    – ทารกตายในครรภ์ โดยเฉพาะในไตรมาสสามของการตั้งครรภ์มีคามเสี่ยงสูงของการเสียชีวิตของทารกในครรภ์

    – คุณแม่ตั้งครรภ์การได้รับอากาศมลพิษขณะตั้งครรภ์ ทารกหลังคลอดมีโอกาสที่จะเป็นโรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด โรคหอบหืดเพิ่มสูงขึ้น

    การรับมือฝุ่น PM 2.5 สำหรับหญิงตั้งครรภ์

    – ติดตามข่าวสารสถานการณ์สภาวะอากาศในระดับต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและปฏิบัติตามคำแนะนำ

    – หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือกิจกรรมนอกบ้าน 

    – สวมหน้ากาก N95 เมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้านหรือที่โล่งแจ้งเสี่ยงต่อมลพิษทางอากาศ

    – หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นควัน เพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศ เช่น การเผาขยะ เป็นต้น

    – การปลูกต้นไม้ช่วยลดฝุ่นละอองหรือกรองอากาศได้บางส่วน เช่น ต้นเศรษฐีเรือนใน ต้นลิ้นมังกร ต้นพลูด่าง เป็นต้น

    – หากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก มีเลือดออกทางช่องคลอด ท้องแข็ง น้ำเดินหรือลูกดิ้นลดลง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

  • แนวทางดูแลป้องกันเด็กจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

    แนวทางดูแลป้องกันเด็กจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

    แนวทางดูแลป้องกันเด็กจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5
    กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขกำหนดแนวทางการดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยงและเด็กที่มีโรคประจำตัว เพื่อป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศ เนื่องจากในขณะนี้ประเทศไทยหลายพื้นที่ กำลังประสบปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ถ้าหากได้รับมลพิษทางอากาศในปริมาณมากอาจเสี่ยงต่อโรคเรื่องรังในระยะยาวได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอดอักเสบ รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางระบบประสาท ความรู้ความสามารถทางสติปัญญาของเด็กได้ เพราะเด็กเล็กการเจริญเติบโตของร่างกายในเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ระบบภูมิต้านทานอ่อนแอ อัตราการหายใจถี่กว่าผู้ใหญ่ซึ่งส่งผลให้เด็กเล็กรับฝุ่นละอองนี้ได้เร็วกว่าผู้ใหญ่ค่ะ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองและครูพี่เลี้ยงควรดูแลเด็กและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดค่ะ

    ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือขนาดประมาณ 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมหรือครึ่งหนึ่งของขนาดเม็ดเลือด สามารถลอยในอากาศได้นานและไกลถึง 10 กิโลเมตร หากมีการสัมผัสในปริมาณมากอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อหลังในระยะยาว เช่น โรคมะเร็ง โรคปอด โรคระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบ ได้แก่ เด็ก สตรีตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวค่ะ

    ทั้งนี้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแนวทางการดูแลเด็กเล็ก รวมถึงการลดมลภาวะทางอากาศที่อาจก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ดังนี้

    • ติดตามสถานการณ์ พื้นที่เสี่ยงของมลพิษทางอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เว็บไซต์ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้ที่ www.anamai.moph.go.th หรือแอปพลิเคชัน Air4thai ของกรมควบคุมมลพิษ สามารถดาว์นโหลดได้ทั้ง android และ ios ค่ะ
    • ในพื้นที่ไหนหากมลพิษทางอากาศมีค่า PM2.5 หรืออยู่ในระดับสีแดง (91 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ขึ้นไป ห้ามออกนอกบ้าน
    • ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด และควรเปิดพัดลมให้อากาศหมุนเวียน
    • คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยงการพาเด็กๆไปทำกิจกรรมนอกบ้าน
    • กรณีที่มีความจำเป็นต้องออกไปนอกบ้านควรสวมใส่หน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนที่ได้มาตรฐาน
    • รับประทานผักผลไม้ อาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเพิ่มแอนตี้ ออกซิแดนต์ไว้ต่อสู้กับเชื้อโรค
    • ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6 – 8 แก้วต่อวัน
    • กรณีเด็กที่มีโรคประจำตัวควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด และสังเกตอาการของเด็ก หากพบว่ามีอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออกให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาทันที
    • งดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เช่น การเผาใบไม้ เผาขยะ เป็นต้น
    • ไม่ติดเครื่องยนต์เป็นเวลานานในบริเวณบ้าน
    • การปลูกต้นไม้เพื่อดักฝุ่นละอองและมลพิษอากาศ

    ทั้งนี้ การป้องกันและลดปัญหามลพิษทางอากาศนั้น ไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยหนึ่งเท่านั้น แต่หากเป็นหน้าที่ของทุกคนควรพึงปฏิบัติดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม อาจจะเริ่มต้นด้วยการปลูกต้นไม้ งดการเผาไหม้หญ้าและขยะ งดการใช้รถยนต์ควันดำ เป็นต้น