Tag: โควิท19

  • กิจกรรมสนุกได้กับลูกที่บ้าน ในช่วงกักตัว โควิด-19

    กิจกรรมสนุกได้กับลูกที่บ้าน ในช่วงกักตัว โควิด-19

    เนื่องจากในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดต่อทำให้ต้องกักตัวที่บ้าน แต่การอยู่ติดบ้านไม่ได้หมายความว่าจะต้องน่าเบื่อเสมอไปค่ะซึ่งคุณสามารถสนุกร่วมกับลูกน้อยของคุณได้ค่ะ มีกิจกรรมสนุกๆมากมายสำหรับครอบครัวซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับเด็กๆสามารถเรียนรู้และสนุกได้ การอยู่บ้านอาจเป็นเรื่องสนุกมากขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

    1. กิจกรรมต่างๆในสนามเด็กเล่นในบ้าน

    สนามเด็กเล่นสิ่งที่คู่กับเด็กที่สามารถเล่นได้ทั้งวัน ซึ่งเราสามารถสร้างไว้ที่บ้านได้ค่ะ เช่น บ่อบอลซื้อคุณพ่อคุณแม่อาจจะมีสไลด์เดอร์ด้วยก็ได้ค่ะ หรือการเส้นเส้นทางด้วยเชือกแทนไม้กระดานเพื่อในลูกเดินทรงตัวบนเชือก อาจจะสร้างความท้าทายด้วยการมีอุปสรรคเล็กๆระหว่างทาง เป็นต้น

    2. การเล่นเกมกระดาน การ์ดเกม

    การเล่นเกมกระดาน การ์ดเกม

    คือกิจกรรมสุดคลาสิคที่หลายบ้านมีติดไว้ที่บ้านไม่ว่าจะเป็นเกมกระดานการ์ดเกม ซึ่งเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมสำหรับเด็กที่มีความท้าทายและสร้างความสนุก อีกทั้งยังสร้างความทรงจำที่ดีในการทำกิจกรรมร่วมกันค่ะ

    3. การเล่านิทานหรือการเล่นบทสมมุติ

    การเล่านิทานหรือการเล่นบทสมมุติ

    เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่มีประโยชน์มากค่ะเพราะการเล่านิทานเป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่และลูกได้ใช้เวลาร่วมกันค่ะ ซึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ส่งผลให้เด็กๆมีพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ ภาษาและสติปัญญา เนื่องจากเป็นกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการช่วยเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ได้ดีค่ะ

    4. การทำอาหารร่วมกัน

    การทำอาหารร่วมกัน

    สามารถสร้างความสนุกสนานพร้อมกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆในครัวได้ค่ะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจจะมอบหมายความรับผิดชอบให้กับผู้ช่วยเชฟตัวน้อยของคุณตามความชอบหรือความสนใจของลูกคุณค่ะ

    5. ศิลปะหรืองานประดิษฐ์ง่ายๆที่สามารถทำร่วมกันได้

    ศิลปะหรืองานประดิษฐ์ง่ายๆที่สามารถทำร่วมกันได้

    กิจกรรมที่จะช่วยฝึกฝนการใช้กล้ามเนื้อน้อยๆ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมในเรื่องของสมาธิได้ดีค่ะ ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่อย่าลืมชื่นชมกับผลงานของลูกๆด้วยนะคะ เพื่อให้ลูกรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองและสนุกกับกิจกรรมในครั้งต่อไปค่ะ

    6. การเต้นหรือการกิจกรรมตามจังหวะ

    การเต้นหรือการกิจกรรมตามจังหวะ

    เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กๆได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายอย่างอิสระ การเล่นเก้าอี้ดนตรี กิจกรรมที่ช่วยปลดปล่อยพลังงานที่ไม่จำกัดของเด็กๆได้ดี นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่อาจเพิ่มความสนุกมากขึ้นด้วยการแข่งขันโดยมีรางวัลเล็กๆน้อยๆให้กับเด็กๆค่ะ

    7. การทดลองวิทยาศาสตร์

    การทดลองวิทยาศาสตร์

    การสอนลูกๆเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์อาจดูเหมือนเป็นงานที่ยาก แต่คุณทราบหรือไม่ว่ามีกิจกรรมโครงงานทางด้านวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กๆสามารถทำร่วมกันในครอบครัวค่ะ เช่น การเดินทางของน้ำจากแก้วใบหนึ่งสู่แก้วอีกใบด้วยกระดาษทิช เป็นต้น

    8. ทำสวน การปลูกผักกินเอง

    ทำสวน การปลูกผักกินเอง

    ไม่เพียงคุณจะมีผักปลอดสารพิษไว้ทานเองแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างทักษะสมอง EF ได้ดีค่ะ แถมยังได้ความภูมิใจเอาผักมาทำอาหารทานต่อได้อีกทั้งยังเป็นการฝึกให้ลูกทานผักได้อีกด้วยค่ะ

    การเล่นสนุกของเด็กๆไม่จำเป็นต้องเป็นของเล่นราคาแพงหรือได้ไปเที่ยวตามที่ต่างๆเสมอไปค่ะ เป็นการเล่นที่ดีที่สุดคือการที่คุณพ่อคุณแม่มีเวลาอยู่กับลูกมากกว่าค่ะ พ่อแม่คือของเล่นที่ดีที่สุดสำหรับลูกค่ะ

  • how to ดูแลลูกน้อย ห่างไกลโควิด-19

    how to ดูแลลูกน้อย ห่างไกลโควิด-19

    สถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19 (COVID-19) หรือไวรัสโคโรน่าที่กำลังแพร่ระบาดในหลายๆประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงในประเทศไทยและเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นโดยพบผู้ติดเชื้ออายุน้อยที่สุดเพียงเป็นเด็กทารกอายุ 6 เดือน ซึ่งหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อดเป็นห่วงลูกหลานไม่ได้ค่ะ ต้องเร่งหาวิธีหรือมาตรการการป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสโควิด19มากขึ้น เนื่องจากเชื้อไวรัสดังกล่าวสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ง่ายผ่านสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย น้ำตา ฯลฯ และในบทความนี้เราได้รวบรวมวิธีการป้องกันและดูแลสุขภาพลูกน้อยมาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ

    ล้างมือบ่อยๆ

    • ล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือแอลกอฮอล์70% ถูให้ทั่วมืออย่างน้อย 20 วินาที ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่คุณพ่อคุณแม่และเด็กต้องปฏิบัติค่ะ 

    • รับประทานอาหารปรุงสุกเสมอ

    • งดการใช้สิ่งของเครื่องใช้ร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะจาน ช้อน แก้วหรือหลอดดูดน้ำ เป็นต้น

    • การนึ่งฆ่าเชื้อภาชนะต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเชื้อโรคตกค้างค่ะ

    • ทำความสะอาดบ้านและสิ่งของเครื่องใช้ของลูกสม่ำเสมอโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย เช่น ของเล่นซึ่งมักเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น

    • งดเยี่ยมไข้หรือใกล้ชิดผู้ป่วย โดยเฉพาะคนที่มีอาการเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง เช่น มีไข้ ไข จาม เป็นต้น

    • หลีกเลี่ยงการพาเด็กๆออกนอกบ้านถ้าไม่มีเหตุจำเป็น ซึ่งง่ายต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ โดยเฉพาะแหล่งชุมชน ตลาด โรงพยาบาล เป็นต้น

    • หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ระมัดระวังการหยิบจับสิ่งของเข้าปาก ขยี้ตา จับมูกโดยไม่ล้างมือ

    • เมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องไปข้างนอกไม่ว่าจะไปทำงาน ซื้อของ ฯลฯ เมื่อกลับมาบ้านต้องชำระร่างกายให้สะอาดหรือล้างมือก่อนสัมผัสลูกค่ะ

    • ควรหลีกเลี่ยงและงดการพบปะสังสรรค์ ตามแนวทางการรณรงค์แยกกันอยู่ ไม่รวมกลุ่ม ลดเชื้อค่ะ

    นอกจากนี้ควรหมั่นสังเกตอาการของตัวเองและบุคคลใกล้ชิด ที่มีอาการที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น มีไข้สูง ไอ เจ็บคอ ครั่นเนื้อครั่นตัว หายใจเหนื่อยหอบ ฯลฯ ควรรีบพบแพทย์ทันทีค่ะ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางหรืออาศัยในพื้นที่ระบาด เคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีการยืนยันการติดเชื้อค่ะ

    ด้วยความห่วงใยจากทีมงาน www. thaichildcare.com เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันค่ะ ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงดูแลตัวเองและคนที่คุณรักด้วยนะคะ 

  • ความสำคัญของหน้ากากอนามัย

    ความสำคัญของหน้ากากอนามัย

    การสวมหน้ากากอนามัยสามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้หรือไม่ คำถามที่หลายๆท่านสงสัยเนื่องจากในช่วงที่นี้บ้านเรากำลังประสบปัญหามลพิษทางอากาศฝุ่น PM 2.5 และมีการแพร่ระบาดของเชื้อไว้รัสโคโรนา(โควิด-19)ที่มีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและเกิดการกักตุนหน้ากากอนามัยส่งผลให้หน้ากากอนามัยหรือแมสปิดจมูกขาดตลาดอีกทั้งราคาค่อนข้างสูงค่ะ ดังนั้นวันนี้เราจะมาเทียบให้ดูชัดๆถึงประเภทของหน้ากากอนามัยแบบไหนควรใช้ในสถานการณ์ไหน และใครบางที่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยค่ะ 

    หน้ากากอนามัยหรือแมสปิดจมูกที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป ได้แก่

    • หน้ากากอนามัยใยสังเคราะห์สามชั้น หรือหน้ากากทางการแพทย์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าแมสปิดจมูก หน้ากากชนิดนี้นิยมใช้ทั่วไปโดยเฉพาะทางการแพทย์เป็นส่วนใหญ่ หาซื้อได้ง่ายราคาไม่แพงและเป็นชนิดที่ใช้แล้วทิ้งไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ สามารถป้องกันการติดต่อจากโรคระบบทางเดินหายใจจากการไอหรือจาม เช่น ไข้หวัด ฯลฯ มักใช้ในทางการแพทย์ค่ะ แต่ไม่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากฝุ่นนี้มีอนุภาคเล็กมากกว่า 2.5 ไมครอนค่ะ 
    • หน้ากากอนามัย N95 เป็นหน้ากากอนามัยที่สามารถตอบโจทย์ในการป้องกันเชื้อไวรัส สารปนเปื้อนขนาดเล็กและฝุ่น PM2.5 ได้มีประสิทธิภาพสูงกว่าหน้ากากอนามัยทั่วไป และราคาแพงกว่าหน้ากากประเภทอื่นๆ ซึ่งหน้ากากชนิดนี้มักใช้ในการทำงานกับสารเคมีหรือทางการแพทย์ที่ต้องป้องกันการติดเชื้อสูงค่ะ
    • หน้ากากอนามัยแบบผ้า นิยมผลิตจากผ้าฝ้าย ผ้าสาลูสามารถซักนำกลับมาใช้ใหม่ได้และสามารถป้องกันฝุ่นขนาดใหญ่ได้แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อหรือฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในปัจจุบันมีการผลิตแผ่นกรองคาร์บอนที่สามารถใช้ร่วมกับหน้าอนามัยแบบผ้าได้และสามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กและเชื้อโรคได้ค่ะ แต่ข้อเสียของหน้ากากผ้าคือไม่มีสารเคลือบป้องกันความชื้นจากการไอหรือจามค่ะ จึงเป็นทางเลือกสำหรับบุคคลทั่วไปที่ยังไม่ป่วยค่ะ

    หน้ากากอนามัยควรใส่เมื่อไร 

    คำแนะนำการใช้หน้ากากอนามัยจากสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 สำหรับประชาชนทั่วไป ได้แก่

    • สำหรับบุคคลทั่วไปที่สบายดี การสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาในที่สาธารณะ ไม่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสและอาจเพิ่มความเสี่ยงหากใช้ไม่ถูกวิธี เพราะจะเพิ่มโอกาสของการใช้มือสัมผัสใบหน้า ปากและจมูกค่ะ
    • ควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่อ
    • ป่วยเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล อาทิ ไข้หวัดใหญ่ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น
    • บุคคลที่ต้องดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจใกล้ชิด
    • บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องให้การดูแลผู้ป่วย
    • เข้าไปในสถานที่ชุมชนที่มีคนแออัด อากาศถ่ายเทไม่ดี เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ โรงหนัง โรงพยาบาล เป็นต้น
    • หากจำเป็นต้องการจะใส่หน้ากากอนามัย ควรใส่อย่างถูกต้อง คือ ห้ามจับหน้ากากเมื่อใส่แล้ว หากถอดแล้วต้องทิ้งเลยห้ามใช้ซ้ำ ล้างมืออย่างถูกต้องก่อนและหลังใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อค่ะ

    นอกจากนี้สำหรับครอบครัวที่มีเด็กการสวมใส่หน้ากากอนามัยอยากเป็นเรื่องยุ่งยาก โดยเฉพาะเด็กเล็กเมื่อใส่หน้ากากอนามัยซึ่งมักจะสร้างความรำคาญและทำให้หายใจไม่สะดวก ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับเด็กคือการรักษาสุขอนามัยให้กับลูกน้อยได้แก่ การรักษาความสะอาดของใช้ส่วนตัวของลูก การล้างมือก่อนการสัมผัสลูกหรือการปรุงอาหารให้ลูกทาน ในเด็กโตควรฝึกให้เด็กล้างมือด้วยสบู่ก่อน-หลังรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปสถานที่ชุมชนโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อโรคค่ะ

  • Q&A ถาม-ตอบ เกี่ยวกับโควิด-19 (COVID-19) หรือไวรัสโคโรนา

    Q&A ถาม-ตอบ เกี่ยวกับโควิด-19 (COVID-19) หรือไวรัสโคโรนา

    นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เชื้อไวรัสโคโรนา (coronavirus) หรืออีกชื่อหนึ่งว่าโควิด-19 (COVID-19) ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้พบผู้ติดเชื้อทั่วโลกทะลุ 93,123 รายและเสียชวิต 3,198 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 4 มีนาคม 2563) ซึ่งเชื้อไวรัสโคโรน่านี้สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ง่ายผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสกับสารคัดหลั่งของคนที่ป่วย และสถานการณ์ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่องจึงทำให้เกิดคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา และวันนี้เราจึงรวบรวบคำถามต่างๆเพื่อไขข้อสงสัยและเป็นแนวทางในการป้องกันดูแลตนเองและครอบครัวค่ะ แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักในเบื้องต้นกันก่อนค่ะ

    ไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่แพร่ระบาดครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนช่วงเดือนธันวาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมาค่ะ คาดว่าเกิดจากการบริโภคค้างคาวที่มีเชื้อไวรัสดังกล่าว ทำให้เกิดภาวะรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ ซึ่งระดับความรุนแรงการเจ็บป่วยตั้งแต่อาการหวัดธรรมดาจนถึงปอดอักเสบติดเชื้อและเสียชีวิตค่ะ 

    ถาม : ไวรัสโคโรนา (coronavirus) ติดต่อกันทางไหนบ้าง

    ตอบ : ไวรัสดังกล่าวสามารถติดต่อจากคนสู่คนผ่านการสูดดมละอองของน้ำลายหรือน้ำมูกจากการไอจาม รวมถึงการสัมผัสหรือรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส การขยี้ตา แคะจมูก ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการนำมือมาสัมผัสกับดวงตา จมูก ปากและควรล้างมือบ่อยๆค่ะ

    *******************************

    ถาม : อาการแบบไหนบ่งบอกว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19

    ตอบ : เชื้อไวรัสชนิดนี้จะมีระยะฟักตัวประมาณ 14 วัน หรืออาจมีระยะฟักตัวนานถึง 27 วัน และอาจจะไม่แสดงอาการป่วยแต่ในเบื้องต้นอาการจะคล้ายๆไข้หวัดทั่วไป คือ มีไข้ ไอ จาก มีน้ำมูก เจ็บคอ แต่หากพบว่ามีอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย ฯลฯ หรือเป็นผู้ที่เดินทางมาจากพื่นที่เสี่ยง ควรพบแพทย์โดยเร็วเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงค่ะ

    *******************************

    ถาม : สั่งพัสดุมาจากจีนหรือพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสปลอดภัยหรือไม่ 

    ตอบ : เนื่องจากหลายๆที่ระบุว่าไวรัสโควิด-19 มีชิวิตอยู่บนส่งของได้นานหลายวันแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศค่ะ ดังนั้นการรับพัสดุต่างๆที่มีจากพื้นที่ดังกล่าวควรทำความสะอาดสิ่งของนั้น และล้างมือด้วยสบู่หรือใช้แอลกอฮอลล์ฆ่าเชื้อหลังจากการสัมผัสค่ะ

    *******************************

    ถาม : สามารถติดเชื้อไวรัสผ่านลูกบิดจับประตูหรือราวบันไดได้หรือไม่

    ตอบ : เนื่องจากก่อนหน้านี้มีคลิปของหญิงสาวถมน้ำลายที่ลูกบิดประตูจึงทำให้หลายๆคนสงสัยว่าสามารถติดเชื้อได้หรือไม่ ซึ่งสามารถติดเชื้อไวรัสดังกล่าวได้ค่ะเพราะไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสสามรถอยู่บนพื้นผิวต่างๆ

    *******************************

    ถาม : ไวรัสโคโรนารักษาหายได้หรือไม่

    ตอบ : การรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสชนิดนี้สารถรักษาในหายได้ค่ะ พบผู้ป่วยติดเชื้อที่รักษาหายและกลับบ้านได้กว่า 5 หมื่นรายค่ะ ซึ่งการรักษาเป็นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงค่ะ เนื่องจากยังไม่มียาสำหรับรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19โดยเฉพาะค่ะ

    *******************************

    ถาม : การฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่

    ตอบ : สารทำความสะอาดที่สามารถทำลายเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่มีส่วนประกอบของเอทิลแอลกอฮอล์ ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ โซเดียมไฮโปคลอไรต์( Sodium hypochlorite) คลอโรไซลีนอล อัลคิลไดเมทิลเบนซิล แอมโมเนียมคลอไรด์ หรือเบนซัลโคเนียมคลอไรด์ เป็นต้น รวมถึงอุณหภูมิ 56 องศาเซลเซียส 20 นาที หรือ 60 องศาเซลเซียส 5 นาทีสามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ค่ะ

    *******************************

    ถาม : หน้ากากอนามัยสามารถป้องกันไวรัสได้หรือไม่

    ตอบ : แม้ว่าหน้ากากอนามัยจะป้องกันการดูดดมละอองฝอยน้ำลายหรือน้ำมูก แต่ก็มีข้อจำกัดของหน้ากากอนามัยในแต่ละประเภทค่ะ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือการรักษาสุขอนามัยที่ดี การล้างมือบ่อยๆโดยเฉพาะก่อน-หลังการรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงพื้นที่แออัดและพื้นที่เสี่ยงค่ะ

    ถาม : การล้างมือด้วยสบู่หรือเจลล้างมือสามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้หรือไม่

    ตอบ : การล้างมือให้สะอาดนั้นคือการล้างมือที่ถูกตามขั้นตอนการล้างมืออย่างน้อย 20 วินาทีค่ะ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งสบู่และเจลล้างมือที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 60 – 70% ขึ้นไปค่ะ

    นอกจากนี้สำหรับท่านที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงความเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสและเฝ้าระวังอาการเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นค่ะ