Tag: สุขภาพเด็กและทารก

  • ประกันเด็กยอดนิยม

    ประกันเด็กยอดนิยม

    ทำประกันสุขภาพให้ลูกบริษัทไหนดี? คำถามยอดนิยมจากคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาประกันสุขภาพให้กับลูกน้อย เนื่องจากเด็กมีแนวโน้นที่จะเจ็บป่วยและบาดเจ็บได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ ด้วยในเด็กเล็กมีภูมิต้านทานเชื้อโรคต่ำและการเจ็บป่วยของเด็กเล็กมักตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพงโดยเฉพาะในบางโรคที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะทำประกันสุขภาพให้กับลูกค่ะ วันนี้เราจึงได้นำตัวอย่างความคิดเห็นจากคุณพ่อคุณแม่ชาวพันทิป เกี่ยวกับการเลือกประกันสุขภาพให้ลูกน้อยและส่วนใหญ่จะเลือกใช้ประกันสุขภาพของบริษัทไหนบ้าง ตามมาดูได้เลยจ้า….

    ความคิดเห็นจาก คุณเพชรแพรวา

    ประกันเด็กพันทิป

    คุณแพรวแพรวาเลือกทำประกันในโครงการขวัญกมล อยุธยา อลิอันซ์ 20/90 ทำตั้งแต่ลูกอายุ 1 เดือน ตอนนี้ครบมาสองปีแล้วค่ะ โดยใช้วิธีให้แต่ละบริษัทเสนอเงื่อนไขการประกัน วงเงิน เบี้ยประกันที่ต้องชำระส่งให้ดูค่ะ และเอามานั่งอ่านแล้วเราก็เลือกที่เรา “ไหว” ค่ะ ไม่ใช่ดีที่สุดแต่เราจ่ายไหวค่ะ

    ความคิดเห็นจากคุณ Volksrecht

    ประกันสุขภาพเด็กพันทิป

    คุณ Volksrecht เลือกใช้ประกันของ FWD และ AIA เพราะปกติเอาลูกเข้าโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯค่ะ
    FWD ข้อดีคือเวลาที่ลูกเข้าโรงพยาบาลเคลมง่ายและเร็วค่ะ
    AIA เป็นบริษัทประกันที่มีคนใช้บริการเยอะมากค่ะ ทำเรื่องเคลมก่อนออกจากโรงพยาบาลในบางครั้ง 3 ชั่วโมงจนรอไม่ไหว เอาบัตรเครดิตไปรูดประกันไว้ก่อนและพอเคลมเสร็จทางโรงพยาบาลค่อยแคนเซิลบัตรเครดิตให้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแจ้งว่า การเคลมประกันของทาง AIA จะทำการเคลมให้ตามคิว ยื่นเรื่องก่อนพิจารณาก่อนซึ่งมันนานมาก โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์หรือในช่วงที่โรคเด็กแพร่ระบาดค่ะ

    ความคิดเห็นจากคุณ arrissat

    ประกันสุขภาพเด็กpantip

    คุณ arrissat เลือกทำประกันของไทยประกันภัย โดยซื้อผ่านทางธนาคารทหารไทยมา 2 ปีติดต่อกันแล้วค่ะ ลูกเราอายุ 4 ขวบ ซื้อประกันสุขภาพโดยค่าเบี้ยประกันประมาณ 12,000 บาท เคลมได้ครั้งละ 30,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินค่าห้องและไม่จำกัดว่าในหนึ่งห้ามเคลมเกินกี่ครั้งค่ะ

    ความคิดเห็นจากคุณ Deathangel

    รีวิวประกันสุขภาพเด็กpantip

    คุณ Deathangel ลูก 2 คน อายุ 4 ขวบ กับ 1 ขวบครับ เน้นนอนโรงพยาบาลของรัฐ ค่าห้องประมาณ 3000++ และกรณีนอนโรงพยาบาลยอมจ่ายส่วนเกินนิดหน่อยครับ(ถ้ามี) ผมเลือกใช้เมืองไทยประกันชีวิต และเลือกประเภทแยกค่าใช้จ่ายโดยค่าเบี้ยประมาณ 28,000 กว่าๆต่อคนครับ (รู้สึกตอนนี้แบบประกันนี้ค่าเบี้ยจะขึ้นแล้วครับต้องลองตรวจสอบดูนะครับ) แต่ถ้าเลือกแบบเหมาจ่าย ส่วนเกินแทบจะไม่ต้องเสียครับแต่ค่าเบี้ยก็จะประมาณ 4-5 หมื่นบาทต่อปี ผมเลือกแบบแยกค่าใช้จ่ายเพราะว่ากรณีไม่ป่วย ก็ถือว่าเสียเบี้ยน้อยหน่อยหรือกรณีป่วยไม่หนักมากก็มีส่วนเกินประมาณไม่เกินหมื่น แต่ถ้าป่วยปีละ 2 ครั้งค่าใช้จ่ายก็จะพอๆกับแบบเหมาจ่ายพอดี กรณีป่วยหนัก (มองในแง่ดีน่าจะเกิดน้อย) ผมก็ยอมรับความเสี่ยงเอาครับ โดยมีทำแบบแบ่งจ่ายกับบริษัทประกันแบบ 80/20 ไว้ (ประกันจ่าย 80 เราจ่าย 20 สูงสุด 200,000 บาท) และล่าสุดลูกสาวป่วยเป็น RSV ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลศิริราช 4 คืน ห้องพิเศษเดี่ยว 2 คืน ห้องสามัญ 2 คืน (โดนย้ายลงสามัญเนื่องจากอาการหนักขึ้นต้องให้พยาบาลดูแลใกล้ชิดหมอและพยาบาลจะสังเกตได้ง่ายกว่า) ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 26,957 ประกันจ่ายให้ 26,777 มีส่วนเกิน 180 บาท (ค่าไฟฟ้า) และได้เงินชดเชยรายได้คืนละ 500 บาท โดยส่งมาเป็นเช็คจำนวนเงิน 2,000 บาท (ได้รับเช็ค 3 วันหลังจากออกโรงพยาบาลครับ

    จากตัวอย่างความคิดเห็นของคุณพ่อคุณแม่ชาวพันทิปข้างต้นนี้จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะเลือกทำประสุขภาพให้กับลูกน้อยบริษัทที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมค่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือคุณพ่อคุณแม่ทุกคนล้วนเห็นถึงความจำเป็นของประกันสุขภาพลูกรักค่ะ ดังนั้นการเลือกประกันสขภาพลูกรักควรเลือกให้ตรงกับความต้องการมากที่สุดบวกกับค่าเบี้ยประกันที่เราสามารถจ่ายไหวค่ะ

  • ประกันสุขภาพเด็ก 6-20 ปี (ไทยประกันชีวิต)

    ประกันสุขภาพเด็ก 6-20 ปี (ไทยประกันชีวิต)

    ลูกเริ่มโตแล้วจำเป็นต้องทำประกันสุขภาพหรือไม่?
    การทำประกันสุขภาพไม่ว่าช่วงวัยไหนล้วนมีความจำเป็นเหมือนกันค่ะ เพราะการเจ็บป่วยเราไม่สามารถคาดเดาหรือรู้ล่วงหน้าได้ค่ะ และบทความนี้เราได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแผนประกันสุขภาพสำหรับเด็กอายุ 6-20 ปี จากไทยประกันชีวิตมาฝากคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาประกันสุขภาพให้กับลูกรักวัยซน เนื่องจากเด็กในช่วงวัย 6 ขวย เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ วัยเข้าโรงเรียนแล้ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นการทำประกันสุขภาพจึงเป็นวิธีหนึ่งสิ่งที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองหมดกังวลลดความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเมื่อลูกรักป่วย เพราะค่ารักษาพยาบาลสำหรับเด็กในปัจจุบันโดยเฉพาะโรคร้ายแรงหรือโรคที่ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาลนั้นค่อนข้างสูงค่ะ การทำประกันสุขภาพเด็กจึงเป็นทางเลือกในการลดความเสี่ยง ทำให้อุ่นใจไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลค่ะ

    แผนประกันสุขภาพสำหรับเด็กอายุ 6 – 20 ปี จากไทยประกัน มีแบบไหนบ้างตามแอดมินมาเลยจ้า…

    ประกันสุขภาพเด็ก “แบบพิเศษ”
    ประกันสุขภาพเด็กอายุตั้งแต่ 6-20 ปี คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น มีค่า OPD คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยที่ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก

    • เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 2,200 บาทต่อเดือน
    • ค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายจำนวน 120,000 บาท/ครั้ง/โรค
    • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล OPD 500 บาท/ครั้ง
    • ค่าห้องพิเศษ ค่าอาหารจำนวน 3,500 บาท/วัน
    • เงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลจำนวน 1,000 บาท/วัน
    • จ่ายค่ารักษาด้วย Stem Cell 300,000 บาท/กรมธรรม์
    • ฯลฯ

    หมายเหตุ : รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากตัวแทนประกันค่ะ (รายละเอียดประกันขึ้นอยู่กับอายุและเพศของผู้เอาประกัน)

    ประกันสุขภาพเด็ก “แบบที่ 1”
    ประกันสุขภาพเด็กอายุตั้งแต่ 6-20 ปี แบบที่ 1 คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยที่ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก

    • เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 1,600 บาทต่อเดือน
    • ค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายจำนวน 225,000 บาท/ครั้ง/โรค
    • ค่าห้องพิเศษ ค่าอาหาร จำนวน 6,500 บาท/วัน
    • เงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลจำนวน 1,000 บาท/วัน
    • จ่ายค่ารักษาด้วย Stem Cell 300,000 บาท/กรมธรรม์
    • ฯลฯ

    หมายเหตุ : รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากตัวแทนประกันค่ะ (รายละเอียดประกันขึ้นอยู่กับอายุและเพศของผู้เอาประกัน)

    ประกันสุขภาพเด็ก “แบบที่ 2”
    ประกันสุขภาพเด็กอายุตั้งแต่ 6-20 ปี แบบที่ 2 คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลปานกลาง คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยที่ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก

    • เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 1,900 บาทต่อเดือน
    • ค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายจำนวน 230,000 บาท/ครั้ง/โรค
    • ค่าห้องพิเศษ ค่าอาหาร จำนวน 7,000 บาท/วัน
    • เงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลจำนวน 1,500 บาท/วัน
    • จ่ายค่ารักษาด้วย Stem Cell 300,000 บาท/กรมธรรม์
    • ฯลฯ

    หมายเหตุ : รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากตัวแทนประกันค่ะ (รายละเอียดประกันขึ้นอยู่กับอายุและเพศของผู้เอาประกัน)

    ประกันสุขภาพเด็ก “แบบที่ 3”
    ประกันสุขภาพเด็กอายุตั้งแต่ 6-20 ปี แบบที่ 3 คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลระดับสูง คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยที่ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก

    • เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 2,300 บาทต่อเดือน
    • ค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายจำนวน 235,000 บาท/ครั้ง/โรค
    • ค่าห้องพิเศษ ค่าอาหาร จำนวน 8,000 บาท/วัน
    • เงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลจำนวน 2,000 บาท/วัน
    • จ่ายค่ารักษาด้วย Stem Cell 300,000 บาท/กรมธรรม์
    • ฯลฯ

    หมายเหตุ : รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากตัวแทนประกันค่ะ (รายละเอียดประกันขึ้นอยู่กับอายุและเพศของผู้เอาประกัน)

    ประกันสุขภาพเด็ก “แบบที่ 4”
    ประกันสุขภาพเด็กอายุตั้งแต่ 6-20 ปี แบบที่ 4 คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลระดับสูงสุด คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยที่ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก

    • เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 2,900 บาทต่อเดือน
    • ค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่าย จำนวน 245,000 บาท/ครั้ง/โรค
    • ค่าห้องพิเศษ ค่าอาหาร จำนวน 9,000 บาท/วัน
    • เงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลจำนวน 2,000 บาท/วัน
    • จ่ายค่ารักษาด้วย Stem Cell 300,000 บาท/กรมธรรม์
    • ฯลฯ

    หมายเหตุ : รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากตัวแทนประกันค่ะ (รายละเอียดประกันขึ้นอยู่กับอายุและเพศของผู้เอาประกัน)

    เพราะสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ การมีสุขภาพกายที่ดี ย่อมส่งผลให้มีสุขภาพใจที่ดีและดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ดังนั้นการทำประกันสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นค่ะ และการเลือกทำประกันในแต่ละครั้งควรพิจารณาให้ทีถ้วนเพื่อประโยชน์ต่อตัวลูกน้อยและคุณค่ะ

  • ประกันสุขภาพลูกน้อย 0 – 5 ปี(ไทยประกันชีวิต)

    ประกันสุขภาพลูกน้อย 0 – 5 ปี(ไทยประกันชีวิต)

    ประกันสุขภาพลูกน้อย 0 – 5 ปี(ไทยประกันชีวิต)
    ทำไมต้องทำประกันสุขภาพลูกน้อย(อายุ 0 – 5 ปี) เพราะเด็กในช่วงวัยนี้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย เจ็บป่วยบ่อยและค่ารักษาพยาบาลเด็กแรกเกิดมักสูงกว่าเด็กในช่วงวัยอื่นๆ ดังนั้นการทำประกันสุขภาพเด็กแรกเกิดจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุณพ่อคุณแม่ควรมีไว้ค่ะ เพื่อลดความเสี่ยงและหมดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เมื่อต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนโดยไม่ต้องสำรองจ่ายเงินสด โดยทั่วไปแพคเกจประกันสุขภาพของเด็กอายุตั้งแต่ 0 – 5 ปีจะเน้นในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลของรัฐหรือโรงพยาบาลเอกชนให้มากที่สุดค่ะ ดังนั้นการเลือกทำประกันทุกครั้งจึงควรพิจารณารายเอียดของกรมธรรม์ การคุ้มครองและเบี้ยประกัน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าที่สุดค่ะ วันนี้เรามีข้อมูลเบื้องต้นแพคเกจประกันสุขภาพเด็กแรกเกิดอายุตั้งแต่ 0 – 5 ปี จากไทยประกันมาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ โดยมีแผนความคุ้มครองให้พิจารณา 3 แบบ ดังนี้

    แบบที่ 1 ประกันสุขภาพเด็ก(10,000)
    ประกันสุขภาพลูกน้อย 0 – 5 ปี คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น

    • เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 1,600 บาทต่อเดือน
    • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น(ไม่ผ่าตัด) 10,000 บาท/ครั้ง/โรค
    • ค่ารักษาพยาบาลที่มีการผ่าตัด 50,000 บาท/ครั้ง/โรค
    • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเหมาจ่ายอุบัติเหตุ OPD 20,000 บาท/ครั้ง
    • เงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 500 บาท/วัน
    • ฯลฯ
      รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากตัวแทนประกันค่ะ (รายละเอียดประกันขึ้นอยู่กับอายุและเพศของผู้เอาประกัน)

    แบบที่ 2 ประกันสุขภาพเด็ก(15,000)
    ประกันสุขภาพลูกน้อย 0 – 5 ปี คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลระดับปานกลาง

    • เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 2,300 บาทต่อเดือน
    • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น(ไม่ผ่าตัด) 15,000 บาท/ครั้ง/โรค
    • ค่ารักษาพยาบาลที่มีการผ่าตัด 75,000 บาท/ครั้ง/โรค
    • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเหมาจ่ายอุบัติเหตุ OPD 30,000 บาท/ครั้ง
    • เงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 500 บาท/วัน
    • ฯลฯ
      รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากตัวแทนประกันค่ะ (รายละเอียดประกันขึ้นอยู่กับอายุและเพศของผู้เอาประกัน)

    แบบที่ 3 ประกันสุขภาพเด็ก(20,000)
    ประกันสุขภาพลูกน้อย 0 – 5 ปี คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลระดับสูง

    • เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 2,700 บาทต่อเดือน
    • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น(ไม่ผ่าตัด) 20,000 บาท/ครั้ง/โรค
    • ค่ารักษาพยาบาลที่มีการผ่าตัด 100,000 บาท/ครั้ง/โรค
    • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเหมาจ่ายอุบัติเหตุ OPD 40,000 บาท/ครั้ง
    • เงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 500 บาท/วัน
    • ฯลฯ
      รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากตัวแทนประกันค่ะ (รายละเอียดประกันขึ้นอยู่กับอายุและเพศของผู้เอาประกัน)

    สุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะเลือกทำประกันสุขภาพคุ้มครองให้ลูกน้อยแบบใดหรือบริษัทใดก็ตามควรพิจารณาให้ทีถ้วนเพื่อประโยชน์ต่อตัวลูกน้อยและคุณค่ะ

  • สิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจทำประกันสุขภาพเด็ก

    สิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจทำประกันสุขภาพเด็ก

    สิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจทำประกันสุขภาพเด็ก

    สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาช่วยแนะนำสิ่งสำคัญก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อประกันสุขภาพให้กับลูกน้อยค่ะ เพราะสุขภาพและความปลอดภัยของลูกเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นสิ่งที่มักสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครอง เพราะทุกครั้งที่เห็นว่าลูกเจ็บป่วยคนเป็นพ่อเป็นแม่จะเจ็บยิ่งกว่า ซึ่งเด็กๆมีโอกาสติดเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย เนื่องจากระบบภูมิต้านทานต่อโรคยังไม่แข็งแรงเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่มีการโรคระบาดต่างๆในเด็ก การเจ็บป่วยของลูกในแต่ละครั้งมักจะตามมาด้วยค่ารักษาพยาบาลที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นการวางแผนการเงินเพื่อลูกที่ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายเมื่อลูกป่วยนี้ สร้างความอุ่นใจว่าลูกของเรานั้นจะได้รับการรักษาได้อย่างเต็มที่ค่ะ การพิจารณารายละเอียดของประกันให้ครบถ้วนก่อนตัดสินซื้อประกันนั้นค่ะ

    เรื่องที่ 1 ตรวจสอบความคุ้มครองที่มีอยู่เพียงพอต่อความคุ้มครองของลูกหรือยัง เช่น สวัสดิการที่ทำงานของคุณพ่อคุณแม่, สวัสดิการภาครัฐ เป็นต้น

    • สวัสดิการที่ทำงานของคุณพ่อคุณแม่ ถ้าคุณพ่อคุณแม่รับราชการหรือเป็นพนักงานองค์กรรัฐวิสาหกิจ จะได้รับสวัสดิการคุ้มครองทางด้านสุขภาพของบิดา มารดา ตัวเอง คู่สมรสและบุตรในการเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐโดยสามารถเบิกจ่ายได้ทั้งหมด หรือบางหน่วยงานสามารถรับสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนได้เพิ่มเติม
    • สวัสดิการภาครัฐ สิทธิคุ้มครองภาครัฐที่เด็กแรกเกิดได้รับคือสิทธิบัตรทอง ซึ่งสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาล รับการตรวจวินิจฉัยโรคทั่วไปและโรคเรื้อรัง รวมถึงโรคเฉพาะทางต่างๆ ทั้งในฐานะผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก

    เรื่องที่ 2 การเลือกแบบประกันสุขภาพให้เหมาะสม ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 แบบ ดังนี้

    • ประกันสุขภาพแบบเดี่ยว คือ การทำประกันคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและอุบัติเหตุแบบเดี่ยวไม่ต้องซื้อประกันชีวิตเป็นสัญญาหลัก โดยสามารถซื้อความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายรายปีได้ เพื่อให้ความคุ้มครองทั้งกรณีเป็นผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก รายละเอียดความคุ้มครองตามที่บริษัทประกันได้กำหนดในแบบประกันไว้แล้ว
    • ประกันสุขภาพแบบพ่วง คือ การทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ โดยซื้อเป็นอนุสัญญาเพิ่มเติมพ่วงกับประกันชีวิตที่เป็นสัญญาหลัก มีการต่ออายุสัญญาการคุ้มครองเป็นรายปีและสามารถต่ออายุอนุสัญญาได้นานเท่ากับระยะเวลาคุ้มครองของสัญญาประกันชีวิตตัวหลัก ซึ่งการซื้อประกันแบบพ่วงนี้มักมีค่าเบี้ยประกันสูงกว่าแบบจ่ายเดี่ยวเนื่องจากต้องจ่ายเบี้ยรวมกับประกันชีวิตที่เป็นสัญญาหลักค่ะ

    เรื่องที่ 3 ความคุ้มครองในการรักษาพยาบาล ซึ่งสามารถแบ่งได้ 2 แบบ ดังนี้

    • ความคุ้มครองแบบผู้ป่วยใน(IPD) คือ การรักษาพยาบาลในกรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาล โดยคุ้มครองค่าใช่จ่ายหลักๆ คือ ค่าห้อง ค่ารักษาพยาบาล ค่าแพทย์ที่ปรึกษา ค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินหากเกิดจากอุบัติเหตุ เป็นต้น
    • ความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอก(OPD) คือ การรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถพิจารณาได้จากโอกาสเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆในแต่ละปีของลูกน้อย และวงเงินความคุ้มครองที่ต้องการค่ะ

    เรื่องที่ 4 รูปแบบวงเงินการคุ้มครอง ซึ่งมีด้วยกัน 2 แบบ ดังนี้

    • แบบวงเงินเหมาจ่าย คือประกันที่มีการกำหนดวงเงินค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาลหลักๆ เช่น ค่าห้อง ค่าแพทย์ ค่ารักษาพยาบาลเป็นวงเงินที่ชัดเจน แต่เพิ่มวงเงินแบบเหมาจ่ายในรายการค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่ารถโรงพยาบาลฉุกเฉิน ค่าตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยา ค่าผ่าตัด โดยสามารถเบิกได้ตามจริงแต่ต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดที่กำหนดไว้ในแบบประกัน เพื่อเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นค่าใช้จ่ายในการรักษาตามจริง ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายนี้เบี้ยประกันมักสูงกว่าแบบแยกค่าใช้จ่าย
    • แบบแยกค่าใช้จ่าย คือประกันที่มีการกำหนดวงเงินแยกค่าใช้จ่าย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถคำนวณค่าใช้ต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ค่าห้องพยาบาลให้สอดคล้องกับโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษาบ่อย ฯลฯ เพื่อให้สามารถเลือกแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้จริงได้ค่ะ

    โดยปกติประกันสุขภาพสำหรับเด็กมักทำได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดขึ้นไปค่ะ และในส่วนของการเลือกทำประกันในช่วงไหนนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคุณพ่อคุณแม่ว่าควรทำตอนไหนโดยอาจดูจากความเสี่ยงต่างๆที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของลูก แอดมินขอแนะนำให้ทำในช่วงที่ลูกมีสุขภาพแข็งแรงค่ะเพราะทำได้ง่ายกว่าในตอนที่มีประวัติการเกิดโรคต่างๆแล้วค่ะ และสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกทำประกันคือควรเลือกเบี้ยประกันที่สอดคล้องกับการเงินด้วยค่ะ

  • ประกันสุขภาพลูกรักเจ็บป่วยไม่ต้องสำรองจ่าย

    ประกันสุขภาพลูกรักเจ็บป่วยไม่ต้องสำรองจ่าย

    ประกันสุขภาพลูกรักเจ็บป่วยไม่ต้องสำรองจ่ายคืออะไร และทำไมต้องทำด้วยเมื่อลูกแข็งแรงดีไม่มีเคยเจ็บป่วย วันนี้เราจะพาคุณมาหาคำตอบค่ะ
    ทางเราต้องเรียนให้ทราบอย่างนี้ค่ะ การทำประกันสุขภาพให้กับลูกนั้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถวางแผนได้ในเรื่องของเบี้ยประกัน ระยะเวลาการประกัน ความคุ้มครอง เป็นต้น ซึ่งการทำประกันนั้นเปรียบเหมือนเป็นหลักประกันความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาลลูกในกรณที่มีการเจ็บป่วยขึ้นมา ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่อุ่นใจในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบที่ดี โดยไม่ต้องกังลวในเรื่องของค่าใช้จ่าย แต่สิ่งที่คุณไม่สามารถวางแผนหรือคาดเดาได้ คือ การเจ็บป่วย ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงอุบัติเหตุที่มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อย ดังนั้น จะดีกว่าไหมถ้าคุณพ่อคุณแม่สามารถวางแผนโดยการทำประกันให้กับลูกคุณได้ตั้งแต่วันนี้ค่ะ และควรจะเลือกทำประกันแบบไหนดี เรามีตัวอย่างประกันลูกรักเจ็บป่วยไม่ต้องสำรองจ่ายมาให้คุณพ่อคุณแม่ประกอบการพิจารณาค่ะ

    ไทยประกันชีวิต
    ประกันเพื่อลูกสุดที่รัก ประกับสำหรับเด็กตั้งแต่อายุ 1 เดือนถึง 15 ปี
    ค่าชดเชยรายวัน กรณีเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลสูงสุด 2,000 บาท หรือกรณีนอนพักรักษาในโรงพยาบาล 5 โรคฮิตในเด็ก ได้แก่ โรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส โรคมือเท้าปาก โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ โรคอาหารเป็นพิษและโรคบาดทะยัก
    ได้รับเงินชดเชยสูงสุด 4,000 บาท
    ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุสูงสุด 100,000 บาท
    รับเงินคืนเมื่อสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 7 สูงสุด 50,000 บาท ครบกำหนดสัญญารับเงินคืน 325%
    ประกันแบบนี้เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการออมเงินให้กับลูกน้อยและคุ้มครองเรื่องค่าใช้จ่ายในการเจ็บป่วยพร้อมกับค่ารักษาพยาบาลหากเกิดอุบัติเหตุโดยที่ไม่ต้องสำรองเงินค่ารักษาค่ะ (รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากตัวแทนประกันค่ะ)

    เมืองไทยประกันชีวิต
    เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการออมเงินให้กับลูกน้อยและคุ้มครองเรื่องค่าใช้จ่ายในการเจ็บป่วย ซึ่งมีหลากหลายแพคเกจ A, B, C, MAX ให้เลือกตามงบประมาณที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการค่ะ ประกันสุขภาพลูกน้อยอายุ 0 – 5 ปี หรือ 6 – 10 ปี คุ้มครองค่าใช้จ่ายโรคยอดนิยมในเด็ก เช่น โรคมือ เท้า ปาก โรคปอดบวม อาหารเป็นพิษ เป็นต้น ครอบคลุมค่าใช้จ่ายกรณีต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าพยาบาล ค่าแพทย์ตรวจรักษา ค่าใช้จ่ายส่วนเกินอื่นๆตามจริง(สูงสูดตามแต่ละแพคเกจของแบบประกัน) รวมถึงค่ารักษาพยาบาลอุบัติเหตุแบบผู้ป่วยนอกไม่ต้องสำรองจ่าย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล หกล้ม อุบัติเหตุ แผลนิดหน่อยก็สามารถเคลมได้ รายละเอียดตามวงเงินคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันนั้นค่ะ สามารถใช้สิทธิ์ร่วมกับโรงพยาบาลในเครือของเมืองไทยประกันชีวิตกว่า 420 แห่งทั่วประเทศ (รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากตัวแทนประกันค่ะ)

    อลิอันซ์ อยุธยา Allianz Ayudhya
    ประกันสุขภาพสำหรับเด็กอายุ 1 เดือน 1 วัน ถึงอายุ 10 ปี สามารถต่ออายุได้ถึง 79 ปี คุ้มครองจนถึงอายุ 80 ปี ครอบคลุมการรักษาพยาบาลแบบจัดเต็ม ค่าห้อง ICU สูงสุดวันละ 4,000 บาท กรณีที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าห้อง/ค่าอาหาร/ค่าบริการพยาบาลประจำวัน สูงสุดวันละ 2,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนเกินอื่นๆ(จ่ายตามจริง)สูงสุด 50,000 บาท ค่าตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ(Lab)สูงสุดวันละ 3,500 บาท รวมถึงคุ้มครองการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ(นอนหรือไม่นอนโรงพยาบาลก็เบิกได้) ภายใน 52 สัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุวงเงินจ่ายตามจริง รวมสูงสุด 70,000 บาท และสามารถเลือกระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันได้ทั้งแบบรายเดือน, ราย 3 เดือน, ราย 6 เดือน และรายปี ประกันแบบนี้เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการออมเงินให้กับลูกน้อยและคุ้มครองเรื่องค่าใช้จ่ายในการเจ็บป่วยพร้อมกับค่ารักษาพยาบาลหากเกิดอุบัติเหตุโดยที่นอนหรือไม่นอนโรงพยาบาลก็เบิกได้ไม่ต้องสำรองเงินค่ารักษาค่ะ (รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากตัวแทนประกันค่ะ)

    ทั้งนี้จากข้อความที่กล่าวข้างต้นนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้นค่ะ ซึ่งการเลือกหรือทำประกันสุขภาพให้กับลูกรักควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดให้ครบถ้วนและสอบถามเพิ่มเติมจากบริษัทประกัน เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของคุณพ่อคุณแม่และลูกรักค่ะ

  • คำถามที่พบบ่อย-ประกันสุขภาพเด็ก

    คำถามที่พบบ่อย-ประกันสุขภาพเด็ก

    สวัสดีค่ะ
    บทความนี้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันที่หลายๆคนสอบถามกันเข้ามาค่ะ

    Q : เด็กควรทำประกันสุขภาพไหมและควรทำตอนอายุเท่าไร
    A : การทำประกันสุขภาพเด็ก คือสิ่งที่ช่วยให้กระจายความเสี่ยงให้กับเด็กและคุณพ่อคุณแม่รู้สึกอุ่นใจค่ะ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเด็กมีประกันจะไม่เจ็บป่วยนะคะ แต่ถ้ามีประกันไว้ แล้วเด็กป่วยขึ้นมาก็จะมีสิ่งช่วยคุ้มครองความเสี่ยงทางด้านการรักษาที่ดี คุณพ่อคุณแม่อุ่นใจเรื่องการรักษาไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเป็นก้อนค่ะ ในส่วนของควรทำประกันให้เด็กตอนอายุเท่าไรนั้น จริงๆแล้วควรทำตั้งแต่แรกเกิดค่ะ เนื่องจากเด็กเล็กระบบภูมิต้านทานต่ำกว่าใน่ช่วงวัยอยู่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อหรือเจ็บป่วยได้ง่ายค่ะ แต่เบี้ยประกันก็จะแพงตามขึ้นมาด้วยค่ะ

    Q : ทำไมต้องทำประกันสุขภาพผ่านตัวแทน
    A : เพราะการซื้อประกันผ่านตัวแทนนั้น จะช่วยให้คุณอุ่นใจ มีที่ปรึกษาส่วนตัว และกรณีที่เจ็บป่วย ตัวแทนจะคอยช่วยเหลือประสานงานด้านผลประโยชน์ในการรักษา ดูแลค่าใช้จ่ายจากประกันสุขภาพ ตัวแทนบางคนมีประสบการณ์สูงสามารถต่อรองเรื่องความคุ้มครองโยกย้ายค่ารักษาบางอย่างให้เป็นค่ารักษาที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่มได้ค่ะ

    Q : ทำประกันสุขภาพคุ้มไหม
    A : ความคุ้มค่าของแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ ซึ่งบางคนอาจวัดจากเงินในการจ่ายเบี้ยประกันเทียบกับค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น เพราะการซื้อประกันสุขภาพนั้นไม่ใช่การซื้อสิ่งของแต่การซื้อประกันสุขภาพ คือการซื้อความเสี่ยงที่อาจจะเกิดในอนาคตหรืออาจจะไม่เกิดก็ได้ค่ะ หลายท่านจึงเลือกการซื้อประกันสุขภาพเพื่อป้องกันความในการสูญเสียเงินจากค่ารักษาพยาบาลค่ะ

    Q : ลูกเคยป่วยโรคเรื้อรังหรือมีโรคประจำตัว ประกันจะคุ้มครองโรคนั้นไหม
    A : กรณีที่ผู้เอาประกันมีโรคประจำตัวหรือเคยป่วยด้วยโรคนั้น ก่อนการทำประกันสุขภาพในกรมธรรม์ของประกันจะระบุอย่างชัดเจนว่า ยกเว้นโรคที่เคยเป็นมาก่อนการทำประกันค่ะ

    Q : ทำไมเบี้ยประกันบางส่วนถึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี
    A : แบบประกันจะมีสัญญา 2 ส่วนค่ะ คือ
    – สัญญาประกันชีวิตซึ่งเป็นสัญญาหลักและเบี้ยประกันภัยคงเดิมตลอดอายุสัญญาค่ะ
    – สัญญาเพิ่มเติม เช่น ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง ซึ่งเบี้ยประกันภัยจะเปลี่ยนแปลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นค่ะ

    Q : ซื้อประกันแล้วส่งเบี้ยไม่ไหวควรทำอย่างไร
    A : สามารถทำได้หลายแบบค่ะ เช่น ลดทุนประกัน ปิดกรมธรรม์ หรือตัดอนุสัญญาค่ะ ทางเราแนะนำให้ขอเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ยประกันค่ะ ซึ่งแต่เดิมอาจชำระเป็นรายปี อาจเปลี่ยนเป็นราย 3 เดือน หรือรายเดือน หรือเลือกวิธีการผ่อนผันชำระเบี้ย บางบริษัทสามารถผ่อนผันได้ประมาณ 31 วัน โดยที่สิทธิในการคุ้มครองยังคงอยู่ค่ะ

    Q : การเบิกค่ารักษาพยาบาลต้องใช้ใบเสร็จตัวจริงหรือสำเนา
    A : การเบิกค่ารักษาพยาบาลจะต้องใช้ใบเสร็จตัวจริงเท่านั้นค่ะ ถ้ากรณีที่ทำประกันสุขภาพไว้หลายบริษัทและจำเป็นต้องเบิกหลายที่ สามารถแจ้งบริษัทหรือแจ้งตัวแทนประกันนั้นๆได้ว่าขอใบเสร็จเพื่อจะนำไปเบิกกับที่อื่นๆได้ค่ะ

    Q : บริษัทประกันสามารถบอกยกเลิกประกันสุขภาพได้หรือไม่
    A : ได้ค่ะ เนื่องจากสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพเป็นสัญญาปีต่อปี หากบริษัทประกันภัยพบว่าผู้เอาประกันภัยทุจริต บริษัทอาจบอกเลิกได้ทันทีและไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ค่ะ



  • ประกันสุขภาพเด็กอายุ 1 เดือน ถึง 10 ปี(อลิอันซ์ อยุธยา)

    ประกันสุขภาพเด็กอายุ 1 เดือน ถึง 10 ปี(อลิอันซ์ อยุธยา)

    ประกันสุขภาพเด็กอายุ 1 เดือน ถึง 10 ปี(อลิอันซ์ อยุธยา)
    ประกันสุขภาพของลูกคุณสามารถวางแผนได้ แต่สุขภาพและค่ารักษาพยาบาลของลูกคุณไม่สามารถคาดเดาได้ โดยเฉพาะเด็กๆอายุ 0 – 10 ปี ช่วงวัยของการเจริญเติบโตการพัฒนาในด้านต่างๆ ทั้งทางร่างกาย จิตใจและอารมณ์ ดังนั้นอย่าปล่อยให้การเจ็บป่วยของเด็กๆเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้สิ่งต่างๆ วันนี้แอดมินจะขอยกตัวอย่างประกันสุขภาพเหมาจ่ายสำหรับเด็กอายุ 1 เดือน ถึง 10 ปี ที่คุ้มครองค่ารักษาพยาลสูงถึง 1.2 ล้านบาทต่อปี จากอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาประกันให้กับลูกน้อยอยู่ค่ะ โดยมีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้

    ประกันสุขภาพเหมาจ่าย สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 1 เดือน 1 วัน ถึง 10 ปี
    ประกันที่จะช่วยคุณพ่อคุณแม่แบ่งเบาค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 1.2 ล้านบาทต่อปี และปรับเพิ่มเป็น 2 ล้านบาทต่อปี เมื่ออายุ 11 ปีขึ้นไป มีรายละเอียดดังนี้
    คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยใน
    – กรณีเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ รวมทั้งการผ่าตัดหรือหัตถการที่ไม่ต้องนอนพักรักษาที่โรงพยาบาล
    – จ่ายตมจริงค่ายา ค่าเอ็กซเรย์ ค่าห้องแลป ค่าบริการทาง กายภาพบำบัด ค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน ค่าผ่าตัด ค่าห้องผ่าตัด ค่าวางยาสลบ
    – ค่าแพทย์เยี่ยมไข้ต่อวัน (สูงสุด 180 วันต่อรอบปีกรมธรรม์) จำนนวน 1,000 บาท
    –  ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการพยาบาลประจำวัน (สูงสุด 180 วันต่อรอบปี กรมธรรม์) จำนนวน 2,000 บาท
    – ค่าห้อง ICU ต่อวัน (สูงสุด 60 วัน ต่อปี และเมื่อรวมกับ) จำนวน 4,000 บาท
    – ฯลฯ
    คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอก
    – จ่ายตามจริงค่ารักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉินภายใน 24 ชั่วโมง
    – จ่ายตามจริงค่าล้างไต เคมีบำบัดและรังสีบำบัด
    – จ่ายตามจริงค่าเอ็กซเรย์และแลป ภายใน 30 วันก่อนเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและ/หรือภายใน 60 วันหลังออกจากโรงพยาบาล
    – ฯลฯ

    สามารถใช้บริการดูแลคุณยามพักฟื้น(Nursing Care)โดยไม่มีค่าใช้จ่าย(การบริการมีเงื่อนไข กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขก่อนใช้บริการ)
    **Nursing Care คือบริการดูแดยามคุณพักฟื้น บริการโดยบุคลากรพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ครอบคลุมตั้งแต่การทำความสะอาดแผลผ่าตัดไปจนถึงการทำกายภาพบำบัด ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาลสูงสุด 7 วันต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในแต่ละครั้ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับลูกค้าที่มีประกันสุขภาพตามที่กำหนดค่ะ

    ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้นค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องความคุ้มครอง ข้อกำหนดเงื่อนไข ข้อยกเว้นและผลประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันภัยให้ครบถ้วน เพื่อประโยชน์ต่อตัวลูกน้อยและคุณค่ะ คุณพ่อคุณแม่สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนประกันอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิตค่ะ

  • ไส้ติ่งอักเสบ เด็กก็เป็นได้

    ไส้ติ่งอักเสบ เด็กก็เป็นได้

    ไส้ติ่งอักเสบดูเหมือนไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากการรักษาช้าเกินไปจนไส้ติ่งเน่าและแตก ทำให้เยื่อบุช่องท้องอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เด็กเสียชีวิตได้เช่นกัน คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้ามเพราะเด็กๆไม่สามารถบอกอาการที่เป็นได้ และอาการที่แสดงในเด็กแตกต่างจากผู้ใหญ่ค่ะ ดังนั้นบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับไส้ติ่งอักเสบในเด็กกันค่ะ

    ไส้ติ่งอักเสบ เกิดจากการอุดตันมีเศษอาหารหรือเศษอุจจาระอุดตันภายในไส้ติ่ง หรือมีต่อมน้ำเหลืองอุดตันที่อยู่บริเวณระหว่างลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ทำให้เกิดอาการอักเสบ บวมแดงและมีขนาดใหญ่ขึ้นและเป็นอาการที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน หากทิ้งไว้หรือไม่ได้รับการผ่าตัดล่าช้าจนติ่งแตกทะลุทำให้มีหนองแพร่กระจายในช่องท้อง เชื้อโรคลุกลาม อาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตค่ะ

    อาการของไส้ติ่งอักเสบในเด็ก มักจะมีอาการที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ เริ่มแรกจะมีอาการปวดท้องแถวรอบสะดือ จากนั้นจะย้ายมาปวดที่บริเวณด้านขวาล่างของช่องท้อง อาการปวดมักเป็นการปวดตลอดหรืออาจมีปวดมากเป็นพักๆ แต่จะไม่มีช่วงที่หายปวดไปเลย ไม่กินนมหรืออาหาร ท้องอืด คลื่นไส้อาเจียน ในบางรายท้องผูกหรือถ่ายเหลว โดยไม่ทราบสาเหตุร่วมด้วย ร้องไห้กวนผิดปกติเนื่องจากไม่สบายท้อง หากคลำหรือกดท้องบริเวณด้านขวาล่างตำแหน่งของไส้ติ่งลูกจะมีอาการเกร็งต้าน เนื่องจากเจ็บปวดบริเวณนั้น มีไข้ซึ่งเป็นอาการเด่นชันของไส้ติ่งอักเสบในเด็กค่ะ ถ้าหากสงสัยว่าเด็กอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบแพทย์จะทำการตรวจอัลตราซาวด์ทันทีโดยที่ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหารค่ะ

    การรักษาไส้ติ่งอักเสบในเด็ก คือ การผ่าตัดไส้ติ่งออกไปเช่นเดียวกับไส้ติ่งอักเสบในผู้ใหญ่ แต่จะแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือไส้ติ่งไม่แตก และไส้ติ่งแตก โดยอาจจะเป็นการผ่าตัดแบบเปิดช่องท้องหรือการผ่าตัดแบบส่องกล้องค่ะ ซึ่งจะขึ้นกับความพร้อมของโรงพยาบาลและความชำนาญของแพทย์ผู้ผ่าตัดค่ะ

    วันนี้เรามีประสบการณ์จริงของคุณแม่และลูกสาววัย 5 ขวบผ่าตัดไส้ติ่งที่มาแชร์เรื่องราวให้คุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆได้ทราบด้วยค่ะ ซึ่งคุณแม่ได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับอาการ วิธีการรักษาและค่าใช้จ่ายในการรักษาน้องดังนี้
    1 – 3 วันแรก ลูกสาวมีอาการไอมาก แต่ไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ไปหาหมอฉีดยาฆ่าเชื้อไป 1 เข็ม อาการไอของน้องดีขึ้นค่ะ วันที่สี่พาน้องไปเที่ยวชะอำลงเล่นน้ำในสระ ตกกลางคืนไข้ขึ้นสูงค่ะ วันที่ห้าอาการน้องไข้ลดลงแต่ซึม ไม่ซน ไม่ร่าเริง แต่พยายามทำตัวร่าเริง
    วันที่หกลูกสาวอึเป็นเม็ดประมาณเหรียญห้า คาดว่าจะแข็ง(2 วันที่ไปเที่ยวไม่อึค่ะ) ไอมีเสมหะข้นๆ ไม่อยากอาหาร พอป้อนน้ำซุปไป อ้วกออกมา ปวดท้อง แต่ก็ยังคงอึไม่ออก ร้องไห้หนัก ออกมาจากห้องน้ำก็อ้วกอีกรอบ และร้องปวดอึอีกเข้ารอบนี้ก็ยังไม่ออก ร้องบอกให้มะม๊าสวนก้นให้หน่อย ปกติเด็กทั่วไปจะไม่ชอบให้สวนก้น นี่คงทนไม่ไหวจริงๆ มะม๊าไม่สวนเลยพามาโรงพยาบาล
    พอมาถึงโรงพยาบาลลูกสาวร้องปวดท้องเดินไม่ไหว พบหมอ หมอถามปวดตรงไหนนางยกมือชี้ไม่ไหวเหมือนปวดทั่วท้อง หมอเลยกดที่ละจุดบริเวณใต้สะดือไม่ร้อง ด้านซ้ายไม่ร้อง ด้านขวาไม่ร้อง หมอเลยบอกว่าไม่ใช่ไส้ติ่ง พอกดบริเวณเหนือสะดือร้องค่ะ หมอวิเคราะห์ว่าน่าจะติดเชื้อในกระเพาะอาหาร คุณแม่ขอแอดมิดค่ะเพราะดูท่าทางลูกปวดมาก ระหว่างรอทำเรื่องลูกสาวร้องปวดท้อง ดิ้นๆ กรี๊ดๆ เปลี่ยนท่าไปมาหลับไม่ได้เพราะปวดท้องมาก หลังจากขึ้นมาห้องพักไข้ น้องอ้วก อ้วก อ้วก และก็อ้วก เฉลี่ยเกือบทุก 10 นาที ลักษณะเป็นน้ำเหลืองๆออกมาบ้าง เสมหะบ้าง บางครั้งไม่มีอะไรออกมา แต่นางคงพะอืดพะอมบอกแต่จะอ้วกๆๆ ตกเย็นงานยากแล้วค่ะ เพราะลูกสาวไม่เอาอะไรทั้งสิ้น ร้องปวดท้องท่าเดียว คราวนี้เปลี่ยนจุดเป็นใต้สะดือและอาการอ้วกหมดไป เอามือกดใต้สะดือดีขึ้น หลับได้นานขึ้น พอเอามือออกก็ร้องอีกแล้ว
    แม่เริ่มเครียดเลยลองsearchเนตดูซึ่งลักษณะอาการเหมือนไส้ติ่งอักเสบมาก จากนั้นหมอมาตรวจอีกครั้งคลำทีละจุดเหมือนเดิมแต่คราวนี้เปลี่ยนมาปวดบริวเวณเหนือสะดือและเลื่อนลงมาตำแหน่งอื่น หมอจึงขออัลตร้าซาวด์ เพื่อดูตำแหน่งไส้ติ่ง และพยาบาลได้มาทำการสวนอุจจาระ เพราะบางทีอาการปวดท้องอาจจะมาจากอึก็ได้หลังสวนเสร็จอาการปวดท้องเหมือนจะดีขึ้น
    คุณหมอศัลย์เด็กที่ดูแลโดยเฉพาะ ทำการกดท้องอีกครั้งบริเวณด้านขวาตำแหน่งไส้ติ่ง กดทีลูกสาวกระเด้งตัวขึ้นมาเลย เพื่อความชัวร์ หมอขอตรวจทางทวารหนักอีกครั้ง และได้คำตอบว่า “ไส้ติ่ง” และให้พยาบาลเตรียมห้องผ่าตัดทันที
    การผ่าตัดใช้วิธีดมยาสลบ หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้ว ผลคือไส้ติ่งบวมขนาดหลอดชาไข่มุก มีหินปูนเกาะที่ปลาย ดีนะที่รู้เร็ว เพราะมีด้านหนึ่งที่เลือดเริ่มไม่ไปเลี้ยงแล้วค่ะ อย่าคิดว่าไส้ติ่งไม่เป็นในเด็กเล็กนะคะ หมั่นสังเกตลูกมากๆเคสของลูกสาวหมอบอกเท่าที่ฟังอาการมาของน้องแสดงที่โรงพยาบาลพอดีค่ะ

    สรุปค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด 4 วันค่ะ
    ยอดเต็ม 83,638.59 บาท
    ประกันคุ้มครอง 61,400 บาท
    ชำระเอง 22.238.59 บาท ยังดีมีชดเชยคืนมาอีก วันละ 1,000 บาทค่ะ
    ข้อดีของประกัน ใครมีลูกเล็ก แนะนำๆทำเหอะ ขอร้อง…..

    แอดมินเห็นราคาค่าใช้จ่ายในการรักษาของน้องแล้วแทบจะเป็นลมค่ะ แต่โชคดีจริงๆค่ะที่คุณแม่ทำประกันสุขภาพให้น้องตั้งแต่เล็กๆ เพราะการป้องกันหรือหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กๆเจ็บป่วยนั้นเป็นไปได้ยาก และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ การทำประกันสุขภาพให้กับเด็กๆจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้ลูกได้รับการรักษาตัวในแหล่งบริการและการดูแลที่ได้มาตรฐานดีที่สุด โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่ะ

  • ประกันสุขภาพ ทำไมถึงเคลมไม่ได้

    ประกันสุขภาพ ทำไมถึงเคลมไม่ได้

    ประกันสุขภาพ ทำไมถึงเคลมไม่ได้

    สวัสดีค่ะ กลับมาอีกครั้งกับคำถามเกี่ยวกับเรื่องของการทำประกันสุขภาพแล้วทำไม่ถึง “เคลมไม่ได้” เฮ้อ…เคลมยาก เคลมนาน เคลมไม่ได้ มีประกันสุขภาพไม่อุ่นใจหรือไม่ได้รับความคุ้มครองอย่างที่คิด หากไม่ศึกษาข้อมูลเงื่อนไขของกรมธรรม์อย่างรายละเอียดค่ะ วันนี้เราได้รวบรวมปัจจัยสำคัญเรื่องการเคลนประกันมาฝากค่ะ มาดูรายละเอียดกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

    – การรักษาที่เกินจำเป็น มักเกิดจากความเข้าใจผิดในเงื่อนไขการคุ้มครองของผู้ทำประกัน โดยเฉพาะผู้ป่วยในกรณีหากมีการเข้าพักรักษานอนโรงพยาบาลเกิน 6 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้รับการคุ้มครองหรือเคลมประกันได้จากบริษัทประกัน ซึ่งความจริงแล้วในกรมธรรม์จะระบุเงื่อนไขไว้ว่า ต้องเป็นมีการรักษาที่จำเป็นในระยะเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น โดยได้รับคำวินิจฉัยหรือความเห็นจากแพทย์ เช่น กรณีที่รู้สึกปวดศีรษะเหมือนมีไข้และรีบไปโรงพยาบาลเพื่อขอนอนพักรักษาในโรงพยาบาลเกินกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อคาดหวังให้สามารถเคลมประกันได้ เป็นต้น ดังนั้น ถ้าเราขอนอนโรงพยาบาลเองโดยไม่มีความจำเป็นหรือไม่ได้เกิดจากความเห็นของแพทย์ก็จะเคลมไม่ได้ค่ะ

    – การเจ็บป่วยในช่วงเวลาที่ไม่คุ้มครอง คือ การเจ็บป่วยก่อนการทำประกันหรือยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามเงื่อยนไขของบริษัทประกัน ตัวอย่างเช่น เงื่อนไขของกรมธรรม์มีการระบุระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง 30 วันนับจากวันทำสัญญา หากเจ็บป่วยมาก่อนหรือเจ็บป่วยโรคที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครองตามที่กรมธรรม์ระบุไว้ ถึงแม้แพทย์จะวินิจฉัยให้นอนรักษาในโรงพยาบาลก็เคลมไม่ได้เช่นกันค่ะ

    – การเจ็บป่วยโรคร้ายแรงที่ไม่ได้ระบุไว้ในเงื่อนไขความคุ้มครอง กรณีนี้มักเกิดความเข้าใจผิดบ่อยเช่นกันค่ะ เนื่องจากหลายคนยังคงเข้าใจว่า เมื่อฉันทำประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงต่างๆแล้ว หากฉับป่วยเป็นโรคร้ายแรงใดๆก็จะสามารถเคลมได้ค่ะ แต่เดี๋ยวกันค่ะ คำว่า โรคร้ายแรง ที่มีการระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันสุขภาพนั้นหมายถึงโรคอะไรบ้าง เช่น ประกันคุ้มครอง 30 โรคร้ายแรง ซึ่งโรคมะเร็งส่วนใหญ่มักจะเป็นโรคที่มีการระบุในกรรมธรรม์ แต่บางบริษัทอาจมีการกำหนดระยะของโรคมะเร็งด้วยค่ะ และบางโรคนั้นจะมีขั้นตอนหรือระยะที่ไม่สามารถเคลมได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับแผนประกันนั้นค่ะ

    – การเจ็บป่วยหรือมีสาเหตุที่ระบุในข้อยกเว้นค่ะ เช่น ประกันที่คุ้มครองกรณีต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล โดยมีข้อยกเว้นคือ การพยายามทำร้ายร่างกายตัวเอง ศัลยกรรม โรคเอดส์ หรือในบางกรณีที่หากดื่มสุราแล้วขับรถเกิดอุบัติเหตุจนต้องนอนรักษาในโรงพยาบาลก็เคลมไม่ได้ค่ะ เพราะการเกิดอุบัติเหตุเกิดจากการการดื่มสุราค่ะ

    ดังนั้น หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ต้องการความคุ้มครอง การดูแลสุขภาพหรือโรคร้ายต่างๆ ลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล การเลือกทำประกันสุขภาพจึงจำเป็นและมีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมากค่ะ เพราะสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 15 วันเป็นต้นไป เป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และปัจจัยสำคัญของการทำประกันสุขนั้นคือ การศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วน ตรงตามต้องการทั้งการคุ้มครอง ค่าเบี้ยประกัน ฯลฯ เพราะฉะนั้นอย่ามัวรอช้าให้เกิดการเจ็บป่วยเสียก่อนหรือเป็นโรคร้ายต่างๆ ด้วยรักและความห่วงใยค่ะ

  • บริษัทประกันสุขภาพเด็กที่ได้รับความนิยม

    บริษัทประกันสุขภาพเด็กที่ได้รับความนิยม

    บริษัทประกันสุขภาพเด็กที่ได้รับความนิยม

    สวัสดีค่ะ กลับมาอีกครั้งกับคำถามที่พบบ่อยมากในกลุ่มของคุณพ่อคุณแม่ที่เริ่มมองหาประกันสุขภาพให้กับลูกน้อยนั่นก็คือ ทำประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี? วันนี้เราได้รวบรวมบริษัทประกันสุขภาพสำหรับเด็กที่ได้รับความนิยม พร้อมกับข้อมูลเกี่ยวกับประกันสุขภาพเด็กเบื้องต้นมาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ ตามมาเลยจ้า……

    เมืองไทยประกันชีวิต
    เมืองไทยประกันชีวิต เป็นหนึ่งบริษัทประกันที่ให้บริการดีและความคุ้มครองอย่างสุดคุ้ม ซึ่งมีสาขาให้บริการกว่า 210 แห่งทั่วประเทศไทย ในส่วนของประกันสุขภาพเด็กจะแย่งออกเป็น 2 แผน ได้แก่
    1. แผนสำหรับเด็กตั้งแต่อายุ 1 เดือน ถึง 5 ปี เน้นความคุ้มครองเด็กเล็กช่วงก่อนเข้าโรงเรียน รวมถึงเด็กแรกเกิด คุ้มครองโรคยอดฮิตในเด็ก เข้ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศไม่ต้องสำรองจ่าย(วงเงินคุ้มครองในแบบประกัน) อุบัติเหตุก็คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลก็เคลมได้ค่ะ
    2. แผนสำหรับเด็กอายุ 6 – 15 ปี คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ไม่ต้องสำรองจ่ายตามวงเงินคุ้มครองในแบบประกัน คุ้มครองโรคยอดฮิตในเด็ก เช่น โรคมือ เท้า ปาก อาการตัวร้อนไข้ขึ้นสูง ไวรัสโรต้า หลอดลมอักเสบ ปอดบวม เป็นต้น อุบัติเหตุก็คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลก็เคลมได้ค่ะ
    หมายเหตุ : รายละเอียดการคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันที่ทำค่ะ
    ช่องทางการติดต่อ
    บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
    250 ถ.รัชดาภิเษก แขวง – เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
    โทร : 02-274-9400 / 02-276-1025
    Call Center : 1175

    เอไอเอประกันภัย
    บริษัท เอไอเอ จำกัด เป็นหนึ่งบริษัทที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งดูแลลูกค้าทั้งในเรื่องสุขภาพทางร่างกายและสุขภาพทางด้านการเงินค่ะ ในส่วนของประกันสุขภาพสำหรับเด็กที่น่าสนใจคือ แผนประกันสุขภาพเด็กและชดเชยรายวันเด็กที่ให้การคุ้มครองตั้งแต่อายุ 0 – 5 ปี ช่วยคุ้มครองลูกน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ในกรณีที่ต้องนอนรักษาตัวจะได้รับค่าชดเชยรายวัน(ขึ้นอยู่กับแผนประกันที่ทำ) หรือในกรณีที่เจ็บป่วยเล็กน้อยไม่ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็สามารถเบิกค่ารักษาได้ค่ะ
    หมายเหตุ : รายละเอียดการคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันที่ทำค่ะ
    ช่องทางการติดต่อ
    บริษัท เอไอเอ จำกัด
    181 ถนนสุรวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
    โทร.(66) 2634 8888
    Call Center : 1581

    กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต
    กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เป็นบริษัทประกันชีวิตที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง บมจ.ธนาคารกรุงไทย กลุ่มแอกซ่าที่เป็นกลุ่มธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ในส่วนของแผนประกันสุขภาพเด็ก โดยให้ความคุ้มครองเด็กตั้งแต่อายุ 1 เดือน ถึง 15 ปี ซึ่งเบี้ยประกันจะแบ่งออกตามช่วงอายุค่ะ ช่วงอายุ 1 เดือน ถึง 5 ปี เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 10,XXX  บาทต่อปี และช่วงอายุ 6 – 15 ปี เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 9,XXX บาทต่อปี คุ้มครองทั้งกรณีเจ็บป่วยและเกิดอุบัติเหตุ เบี้ยประกันสบายกระเป๋า ไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเครือของบริษัทประกัน เป็นอีกหนึ่งประกันที่ได้รับความนิยมในกลุ่มประกันสุขภาพสำหรับเด็ก ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่อุ่นใจเมื่อลูกน้อยเจ็บป่วยหรือต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
    หมายเหตุ : รายละเอียดการคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันที่ทำค่ะ
    ช่องทางการติดต่อ
    บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด
    เลขที่ 9 อาคาร จี ทาวเวอร์ แกรนด์ รามา 9 ชั้น 1,20-27 ถนน พระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
    Call Center : 1159

    จากที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงแผนประกันสุขภาพบางส่วนที่ได้รับความนิยมเท่านั้น ดังนั้นการทำประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย ควรเลือกตามความต้องการและเหมาะสมของแต่ละครอบครัวค่ะ คุณพ่อคุณแม่สามารถสอบถามรายละเอียด แผนประกันสุขภาพแบบอื่นๆได้จากตัวแทนของบริษัทประกันที่คุณพ่อคุณแม่ให้ความสนใจค่ะ