Tag: ลมพิษ

  • ลูกแพ้อาหารผ่านนมแม่

    ลูกแพ้อาหารผ่านนมแม่

    คุณแม่ทั้งหลายเป็นที่ทราบกันดีว่าเด็กทารกแรกเกิด – อายุ 4 เดือน จะรับประทานอาหารไดเพียงอย่างเดียวก็คือ นม โดยนมที่มีประโยชน์สำหรับทารกมากที่สุดก็คือ นมแม่ น้ำนมจากคนเป็นแม่ เป็นอาหารชั้นเลิศที่มีครบทุกสารอาหารที่ทารกต้องการ ส่งเสริมการเจริญเติบโต และกระตุ้นการพัฒนาการของทารก ดังนั้น ในช่วง 4 เดือนแรกการกินของคุณแม่ ต้องระมัดระวังการกินอาหารเป็นพิเศษ เพราะอาหารที่แม่กินเข้าไป บางส่วนที่คุณแม่กินเข้าจะส่งไปถึงลูกที่กินนมจากเต้านมแม่ด้วย

    หลักการวงจรการผลิตน้ำนม
    อาหารเข้าสู้ร่างกาย ลำไส้จะทำการดูดซึมอาหารเข้าสู้กระแสเลือด แล้วเส้นเลือดบริเวณหน้าอกของแม่จะหล่อเลี้ยงเซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำนมขึ้นมา

    ดังนั้น เด็กบางคนจึงมีอาการแพ้ แม้จะกินเพียงนมแม่ เพราะเด็กบางคนอาจจะแพ้อาหารประเภทโปรตีนจาก ไข่ นมวัว หรือถั่วเหลือง ซึ่งก็มากจากที่แม่กินอาหารประเภทดังกล่าวเข้าไป ส่วนมากเด็กที่มีอาการแพ้อาหารประเภทโปรตีนจะมีอายุตั้งแรกเกิด – 6 เดือน สาเหตุที่สำคัญคือ เด็กช่วงอายุวัยนี้ ระบบการทำงานย่อยอาหารจะยังทำงานไม่เต็มที่

    ระยะเวลาอาการแพ้ของเด็ก

    การแพ้จะแบ่งด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบเฉียบพลัน หรือแบบค่อยเกิด ซึ่งระยะเวลาขึ้นอยู่กับระบบการย่อยอาหารและการดูดซึม จะใช้เวลาที่ไม่เท่ากัน แล้วแต่เด็กแต่ละคนว่าระบบย่อยทำงานในรูปแบบไหน

    ลักษณะอาการการแพ้อาหารผ่านนมแม่

    การแพ้อาหารเป็นปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันหลังการรับประทารอาหารผ่านทางน้ำนม จะออกอาการตอบสนองออกมาผ่านทางผิวหนังออกเช่น เกิดผื่นแดงทั่วตัว ลมพิษขึ้น หรือออกทางระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจติดขัด แน่นออก หอบหืด หรือทางระบบเดินอาหาร เช่นถ่ายเป็นเลือด ทองเสีย มีมูกเลือด หรือระบบหลอดเลือดและหัวใจ เช่นทำให้ความดันต่ำสามารถออกอาการโดยระบบร่างกายเพียงระบบเดียว หรือหลายระบบได้

    วิธีการดูว่าลูกแพ้อาหารผ่านทางนมแม่

    วิธีการสังเกตุว่าลูกแพ้อาหารจากการกินนมหรือ จะสังเกตุไม่ยาก แต่ก็ต้องคอยหมั่นสังเกตุประจำ เพียงแค่เมื่อลูกของคุณกินนม แล้วหลังจากกินนมแล้ว อาการของลูกผิดปกติหรือไม่ แล้วเป็นซ้ำๆ หรือไม่ ถ้าเกิดอาการผิดปกติ แล้วซ้ำบ่อยครั้ง ให้รีบนำลูกไปปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย ซักประวัดิ และรักษา

    ซึ่งหากหมอมีข้อสงสัย หมอก็ทำการทดสอบ โดยการทดสอบทางผิวหนัง หรือไม่ก็จะตรวจเลือด หรือไม่ก็จะลองให้ลูกงดอาหารที่สงสัยว่าลูกแพ้ ประมาณ 2-4 สัปดาห์ เมือครบการทดสอบก็จะนัดมาวินิจฉัยว่าแพ้อาหารดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ การที่หมอจะเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง คุณหมอก็จะถามความสมัครใจจากพ่อแม่ว่าให้ใช้วิธีไหนในการตรวจสอบลูกเรื่องการแพ้อาหาร

    วิธีการรักษาอาการแพ้อาหารลูกที่ผ่านการกินนมแม่

    เมื่อคุณแม่ทราบแล้วว่าลูกแพ้อาหารประเภทใดแล้ว คุณแม่ต้องงดอาหารประเภทนั้นอย่างเคร่งครัดจนกว่าลูกจะเลิกกินนมแม่ และเมื่อลูกเติบโตกินอาหารอื่น ก็ต้องให้ลูกงดการกินอาหารประเภทนั้นด้วย และหมั่นให้ลูกไปตรวจร่างกายเป็นประจำ

    ยาสำหรับที่คุณหมอจะจ่ายมาให้เพื่อรักษา ก็จะมียาทาแก้ผื่น ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก และยาขยายหลอดลมเป็นต้น

    นานเพียงใดที่จะสามารถกินอาหารที่งดได้ ?
    การที่จะสามารถกินอาหารที่งดได้ ต้องขึ้นอยู่กับหมอที่ดูแลจะสั่งให้กินได้โดยการลองกินอาหารนั้นจากที่บ้าน หรือที่ที่หมอสามารถดูและหรือรักษาได้ทัน

  • ลูกแพ้อาหาร อันตรายถึงชีวิต สิ่งที่พ่อแม่ต้องรู้

    ลูกแพ้อาหาร อันตรายถึงชีวิต สิ่งที่พ่อแม่ต้องรู้

    การแพ้อาหารพบบ่อยมากในเด็กเล็กค่ะ เมื่อถึงช่วงอายุที่ลูกน้อยต้องเริ่มรับประทานอาหารอื่นๆนอกเหนือจากนม ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ ความกังวล การเลือกอาหารให้ลูกน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการแพ้อาหารในเด็ก ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องรู้สัญญาณของปฏิกิริยาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นค่ะ เนื่องจากการแพ้อาหารรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้ค่ะ

    การแพ้อาหารเป็นปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันที่มีผลหลังจากรับประทานอาหารบางชนิด ความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละคนค่ะ ซึ่งเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้อาการสูงคือ พ่อแม่หรือคนในครอบครัวมีประวัติการแพ้อาหาร หรือโรคหอบหืด อาการแพ้โดยทั่วไปมักจะแสดงอาการต่างๆ ดังนี้

    • ผื่นรอบปาก ผื่นคัน หรือผื่นคล้ายลมพิษตามร่างกาย ซึ่งเป็นอาการเบื้องต้นที่คุณสามารถสังเกตได้ในเด็กที่มีอาการแพ้ค่ะ
    • คันคอและลิ้น หรือดวงตา น้ำตาไหล
    • ใบหน้าริมฝีปากหรือลิ้นบวม
    • จามต่อเนื่อง มีน้ำมูกใสหรือจมูกอุดตัน
    • ไออย่างต่อเนื่อง 
    • คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ
    • ปวดท้อง หรือท้องเสีย หากมีอาการท้องเสียต้องระมัดระวังภาวะร่างกายขาดน้ำค่ะ
    • ปัญหาระบบทางเดินหายใจ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจดังเสียงฮืด
    • หมดสติ ซึ่งอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ค่ะ

    อาหารที่มักก่อให้เกิดอาการแพ้ที่พบได้บ่อยในเด็ก ได้แก่

    • ไข่ 
    • ถั่วเหลือง
    • นมวัว หรือที่เรียกว่า แพ้โปรตีนนมวัว
    • อาหารทะเล เช่น กุ้ง ปลาหมึก เป็นต้น
    • ธัญพืชต่างๆ เช่น งา วอลนัท,อัลมอนด์ เป็นต้น
    • ขาวสาลี หรือแป้งสาสี ซึ่งมักเป็นส่วนประกอบอาหารหลากหลายชนิด เช่น เบเกอรี่ สปาเก็ตตี้ ซาลาเปา มันฝรั่งทอด ขนมกรอบบางชนิด ฯลฯ

    การรักษาอาการแพ้ที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นการรักษาตามอาหารและความรุนแรงค่ะ เช่น การทานยาแก้แพ้ในกรณีที่อาการไม่รุนแรง หรือใบบางรายที่มีอาการแพ้เฉียบพลันหรือรุนแรงต้องได้รับการฉีดยาทันทีที่มีอาการค่ะ อาการแพ้อาหารในบางรายสามารถหายหรือรับประทานอาหารชนิดนั้นได้เมื่อโตขึ้นค่ะ

    ควรทำอย่างไรถ้าลูกมีอาการแพ้

    หากลูกน้อยของคุณจะแสดงอาการสัญญาณของการเกิดอาการแพ้อาหาร สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือ ให้ลูกของคุณหยุดทานอาหารนั้นทันทีพร้อมสังเกตอาการที่เกิดขึ้นค่ะ และควรรีบไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

    อาการแพ้อาหารในเด็กทารกสามารถลดหรือป้องกันได้ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

    • การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ช่วยลดโอกาสของการแพ้เนื่องจากน้ำนมแม่นั้นอุดมไปด้วยแอนติบอดีจึงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงค่ะ
      *ให้นมแม่นานขนาดไหน
      *อาหารสำหรับแม่ที่กำลังให้นมลูก
    • หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ก่อนอายุ 6 เดือนค่ะ
    • เด็กทารกที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ ควรหลีกเลี่ยงของอาหารหรือนมสูตรถั่วเหลือง เนื่องจากโปรตีนจากถั่วเหลืองสามารถทำให้เกิดอาการแพ้ในทารกได้ค่ะ
    • เมื่อเริ่มรับประทานอาการควรเริ่มให้ลูกทานครั้งละน้อยๆ พร้อมสังเกตอาการหลังรับประทานอาหาร รวมถึงลักษณะอุจจาระของลูกน้อย เนื่องจากเด็กบางรายอาจมีอาการท้องผูกหรือถ่ายเหลวจากการรับประทานอาหารบางชนิด
    • หากพบอาการผิดปกติหรือมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

    บทความที่เกี่ยวกับการแพ้อาหาร

    *ลูกแพ้อาหารผ่านนมแม่

  • ลมพิษในเด็ก – สาเหตุอาการและการรักษา

    ลมพิษในเด็ก – สาเหตุอาการและการรักษา

    ลมพิษ อาการแพ้ที่เกิดกับผิวหนังอย่างเฉียบพลันไม่ใช่โรคติดต่อสามารถเกิดได้ทุกเพศทุกวัย ลมพิษในเด็กมีอาการเช่นเดียวกับลมพิษที่เกิดในผู้ใหญ่ อาจเกิดขึ้นจากการแพ้อาหาร ยา ความผันผวนของอุณหภูมิสภาพสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และอาการลมพิษในเด็กที่พบคือ ผื่นคัน นูน บวมแดง ซึ่งอาการคันอาจจะทำให้เด็กทนไม่ได้และทำให้เด็กร้องไห้งอแงค่ะ อาการทั่วไปที่เกิดขึ้นจะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงและหายได้เองเป็นปกติ แต่ในบางรายที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง อาจส่งผลให้หายใจลำบาก คลื่นไส้ หรือหมดสติได้ค่ะ บทความนี้รวบรวมข้อมูลสาเหตุ วิธีการรับมือลมพิษในเด็กมาฝากคุณพ่อแม่ค่ะ

    สาเหตุของลมพิษในเด็ก

    ลมพิษมักเป็นผลมาจากปฏิกิริยาการแพ้ที่เกิดกับผิวหนังอย่างเฉียบพลัน ซึ่งมีหลากหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ ดังนี้

    • อาหาร อาการลมพิษที่ตอบสนองต่อสิ่งที่ลูกน้อยกิน เช่น นมวัว ไข่ ถั่ว อาหารทะเล เป็นต้น พบบ่อยในเด็กเล็กเนื่องจากพัฒนาการระบบภูมิคุ้มกันของเด็กเล็กยังไม่แข็งแรงสมบูรณ์ เพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมต่างๆได้
    • สารก่อภูมิแพ้ พบบ่อยในเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ เช่น แพ้ยา แพ้ขนสัตว์เลี้ยง แพ้เกสรดอกไม้ เป็นต้น
    • แมลงสัตว์กัดต่อย เช่น หากลูกของคุณแพ้ผึ้งหรือมดไฟเมื่อร่างกายตอบสนองต่อการถูกกัดต่อยหรือถูกกัด เด็กบางคนจะมีอาการแพ้ทันทีหรือเกิดการแพ้หลังจากถูกกัดหลายวัน
    • อุณหภูมิ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลันจากการสัมผัสกับอากาศเย็นหรือน้ำ เช่น ขณะอาบน้ำหรือว่ายน้ำในน้ำเย็น ฯลฯ

    การรักษาอาการลมพิษในเด็กมีการใช้ยาหลายชนิด เช่น ยาแก้แพ้ คาลาไมน์แก้คัน เพื่อบรรเทาอาการคัน ฯลฯ เพื่อบรรเทาและควบคุมปฏิกิริยาแพ้ ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การบวมของเนื้อเยื่อ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หัวใจเต้นเร็ว หมดสติ เป็นต้น ซึ่งควรพบแพทย์ทันทีเมื่อพบอาการผิดปกติหรือสงสัยว่าลูกน้อยของคุณมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆร่วมด้วย นอกจากนี้การรักษาอาการลมพิษในเด็กนั้นมีความจำเป็นต้องหาสาเหตุของการเกิดลมพิษจากประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียดค่ะ เนื่องจากลมพิษเกิดจากหลายสาเหตุและการป้องกันลมพิษในเด็กที่ดีที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการแพ้ในเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ เป็นต้น

    ลมพิษในเด็กมักจะไม่รุนแรงและสามารถรักษาได้ง่ายด้วยตัวเองที่บ้านง่ายๆ ด้วยการดูแลของคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถกลับมาเป็นปกติได้ในเวลาไม่นานค่ะ